ป่าและซื่อเป่า เท่านี้ก็พอให้เบิกบานใจได้อยู่นานสองนาน
บ่อยครั้งมักตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งยังไม่รู้ตัวว่าตนเองตอบผิด
เย่อวี๋หรานไม่ถือสา นางหันไปคุยกับหลินจ้าวซื่อต่อ
นางกล่าวเหมือนที่บอกบ้านเดิมของลูกสะใภ้คนอื่น ๆ เรื่องกล้ามันเทศของปีหน้าให้เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของสองหมู่บ้านเจรจากันเอง
ครั้นได้ยินว่าปีหน้ายังสามารถร่วมมือกันต่อ หลินจ้าวซื่อก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม กล่าวออกมาตรง ๆ ว่าหลินซื่อเป็นเด็กที่ท่านปู่ใหญ่เห็นมาแต่อ้อนแต่ออก ยินดีต้อนรับนางกลับ ‘บ้านเดิม’ ได้ทุกเมื่อ
แล้วจึงเอ่ยถึงเรื่องของหลินซานเม่ย หลินซื่อเม่ย หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยา บอกว่าตอนที่สกุลจู ‘รับเลี้ยง’ เด็กเหล่านี้ หากมิใช่เจรจากับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลหลิน ก็เป็นเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลหลี่ว์ ฝ่ายตนไม่เคยได้ออกหน้า
นั่นมิใช่เพราะพวกตนไม่อยากจะออกหน้า แต่เหตุผลประการแรกคือครอบครัวตนเองลำบากอยู่แล้ว เลี้ยงไม่ไหว อีกประการคือพวกตนยังขัดแย้งกับครอบครัวแม่เฒ่าหลิน หากสอดมือเข้าไปยุ่ง แม่เฒ่าหลินจะต้องอาละวาดแน่นอน
ไม่ง่ายเลยกว่าพวกตนจะตัดขาดกับครอบครัวแม่เฒ่าหลินได้อย่างหมดจด ไม่ต้องการกลับไปยุ่งเกี่ยวด้วยอีกแล้ว
ตอนนี้เห็นพวกเด็ก ๆ ได้มีชีวิตที่ดี พวกตนก็วางใจยิ่ง กล่าวขอบคุณเย่อวี๋หรานซ้ำแล้วซ้ำอีก
นอกจากคำพูดขอบคุณ นางยังออกปากว่าต่อไปที่เรือนจะแบ่งข้าวสารส่วนหนึ่งส่งมาให้