หรานหวังว่าในอนาคตพวกนางจะมีที่พึ่งพาเพิ่มขึ้นอีกสักนิด
“น้ำจงน้ำใจอะไรกัน เจ้ามาได้ก็เพราะเจ้าเป็นป้าของพวกหลินซื่อพี่น้อง เป็นยายของพวกนางหนูสกุลหลี่ว์ ต่อไปอย่าพูดแบบนนี้อีกนะ” เย่อวี๋หรานสัพยอก “คราวหน้าถ้าทำอีก ข้าจะบอกให้พวกนางไม่ยอมรับเจ้า”
หลินจ้าวซื่อยิ้มกว้างกว่าเดิม กล่าวอย่างสนิทสนมว่า “ไม่พูดอีกแล้ว ข้าเป็นป้า เป็นยายของพวกนาง ข้าย่อมมาเยี่ยมพวกนาง เอ็นดูพวกนางอยู่แล้ว…”
ส่วนว่าถ้าสกุลจูไม่ร่ำรวยขึ้นมาจะมีผลลัพธ์เช่นตอนนี้หรือไม่ คนทั้งสองไม่ได้เอ่ยถึง
ในโลกของผู้ใหญ่ ความจริงก็เป็นเช่นนี้ ‘ยามขัดสนแม้ดิ้นรนอยู่กลางเมืองไร้คนถามไถ่ ยามร่ำรวยแม้เร้นกายอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพรยังมีญาติแวะมาหา’
นางรั้งอีกฝ่ายอยู่กินข้าวด้วยกัน แล้วให้หลินซื่อห่อสิ่งของให้เล็กน้อยค่อยส่งคนจากไป
หลังคนจากไปแล้ว เย่อวี๋หรานก็เรียกหลินซื่อมาพบเป็นการส่วนตัว นางพูดว่า “เมื่อครู่ข้าพูดกับป้าของเจ้าอย่างไร เจ้าก็ได้ยินแล้ว ต่อไปนางก็คือบ้านเดิมของเจ้า ข้าปูทางให้แล้ว หลังจากนี้จะทำอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเจ้า”
“ท่านแม่ ขอบคุณเจ้าค่ะ!” หลินซื่อขอบตาแดงก่ำ กล่าวอย่างซาบซึ้งว่า “ข้าเอาแต่สร้างปัญหาให้ท่าน ต้องให้ท่านช่วยเหลือครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านก็ยังดีต่อข้าถึงเพียงนี้…ต่อไปข้าจะกตัญญูต่อท่าน ถ้าข้าไม่กตัญญูต่อท่านขอให้ฟ้าผ่า”
“พอเถอะ เจ้าไม่ได้พูดแบบนี้เป็นครั้งแรกเสียหน่อย พูดเสียน่าฟัง ไม่เห็นว่าจะ