ถึงภารกิจอันหนักอึ้ง ถึงอย่างไรเสีย เฉินชางก็ชวนเธอร่วมภารกิจนี้ด้วย เฉินชางพยายามขนาดนั้น ตนจะทำตัวถ่วงรั้งไม่ได้เช่นกัน
เดี๋ยวนี้เฉินชางเจตนาลดความเร็วในการเย็บบาดแผลลง เพราะตั้งใจที่จะเก็บรายละเอียดสิ่งที่ได้ระหว่างที่กำลังเย็บบาดแผลกับหาข้อบกพร่องให้เจอ
พยายามค้นหาว่าจะทำอย่างไรถึงจะลดปัจจัยที่ทำให้เกิดพังผืดและเพิ่มความเร็วในการฟื้นตัวของบาดแผลได้ เฉินชางต้องการที่จะหาข้อสรุปของสองข้อนี้?
…
…
งานรัดตลอดช่วงเช้า ผู้ป่วยเส้นเอ็นบาดเจ็บแห่แหนกันมาราวกับผึ้งแตกรัง ทยอยกันเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน
เฉินชางไม่เพียงไม่บ่นว่า แต่กลับรู้สึกปีติยินดีเป็นพิเศษ ย่นระยะเวลาที่ตนจะต้องเย็บเส้นเอ็นให้ครบห้าร้อยเคสได้มาก
ในช่วงเช้า เฉินชางเย็บเส้นเอ็นไปได้หกเคสโดยมีฉินเยว่เป็นลูกมือ ถึงแม้ว่าจะมีสามเคสที่ต้องทำที่ห้องหัตการซึ่งก็สะดวกสบายดี แต่เมื่อเทียบกันห้องผ่าตัดแล้ว การเย็บในห้องหัตถการมีความยุ่งยากอยู่สักหน่อย
หลังจากที่ทั้งสองเดินออกมาจากห้องหัตถการก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว เฉินชางบิดขี้เกียจ พลางมองดูฉินเยว่ที่กำลังกางแขนทั้งสองข้างทำท่าบริหารอก!
ทันทีที่จ้องมองไป เขาก็ถึงกับชะงักเล็กน้อย!
เอ๊ะ?
ดูเหมือนว่า…
จะไม่ใช่คัพเอ!?
จู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกว่าตนเองกำลังช็อกกับสิ่งที่ค้นพบ
สิ่งนี้น่าประหลาดใจเสียยิ่งกว่าตอนที่พบข้อบกพร่องของวิธีการเย็บเส้นเอ็นแบบเคสเลอร์เสียอีก
เฉินชางอดกล่าวไม่ได้ว่า “