ุกคนต่างก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้ จากนั้นก็ปิดหน้าวีแชทไป ไม่แชทต่อแล้ว
ทว่าเมื่อหม่าจื้อเถิงเห็นว่าเฉินชางออกจากกลุ่มวีแชทไปแล้ว ก็อดกล่าวไม่ได้ว่า: [เฉินอะไรดี ก็แค่บุคลากรในสังกัดไม่ใช่หรือ พวกเรายังไม่ได้เริ่มสอบบรรจุก็เท่านั้นเอง อย่าคิดว่าตัวเองเก่งนักเลย ออกจากกลุ่มวีแชท เก่งจังเลยนะ? เพื่อนเก่าขอให้คุณช่วยนิดช่วยหน่อยทำเป็นปฏิเสธต่างๆ นานา!]
สวีฮุ่ยฮุ่ยส่งข้อความหนึ่งข้อความ: [เกิ่งเหยียนเก่งขนาดนั้นยังไม่พูดเลย จบปริญญาโทวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยน สามีก็เป็นนักวิจัยนักปริญญาเอกสถาบันโรคหลอดเลือดหัวใจแห่งชาติสังกัดโรงพยาบาลฟู่ว่าย มีอนาคตไกลขนาดนั้น ส่วนเฉินชางคางคกขึ้นวอจริงๆ]
หม่าจื้อเถิงรีบสมทบ: [จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตอนนั้นที่เกิ่งเหยียนเลิกกับเขาไปเป็นการกระทำที่เฉียบแหลมมาก เขามีอะไรคู่ควรกับเกิ่งเหยียน อยู่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลอันดับสองทำอวดดี ก็แค่แผนกฉุกเฉิน!]
ในเวลานนี้ เกิ่งเหยียนที่ส่งข้อความโต้ตอบในกลุ่มวีแชทน้อยมากก็ส่งข้อความหนึ่งข้อความ: [เฉินชางทำให้พวกเธอโมโห?]
เกิ่งเหยียนอ่านข้อความตั้งแต่ต้นจนจบ กล่าวตามความจริงว่าการที่เฉินชางได้เข้าไปทำงานในโรงพยาบาลอันดับสอง แถมยังได้บรรจุเป็นบุคลากรในสังกัดแล้วด้วย สิ่งเหล่านี้ค่อนข้างสร้างความประหลาดใจให้กับเกิ่งเหยียน เพราะถึงอย่างไรเสียงานก็หายาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นวุฒิปริญญาตรีด้วยแล้ว ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่
แต่เมื่อเห