าก็อดถามไม่ได้ว่า
“หมอเฉิน มีอะไรหรือครับ”
เฉินชางส่ายหน้าพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา “ผมนึกถึงเรื่องน่าดีใจเรื่องหนึ่งน่ะครับ”
จิ่งหรานหัวเราะ “อ๋อ ไหนคุณเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ”
เฉินชางพยักหน้า “ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่คิดว่าพยาธิไฮดาติดในปอดเป็นของหายาก เลยอยากจะส่งรูปให้เพื่อนดูหน่อย”
พอพูดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็ส่งข้อความไปหาฉินเยว่
เฉินชาง: [กินข้าวยัง]
ฉินเยว่ตอบกลับมาทันที: [จะเลี้ยงข้าวฉัน?]
เฉินชาง: [คิดเยอะไปแล้ว ผมก็แค่ถามเฉยๆ ว่ากินข้าวหรือยัง]
ฉินเยว่: [ไสหัวไป ฉันกำลังกินข้าว ไม่คุยกับคุณแล้ว อีกเดี๋ยวต้องเข้าเวรดึก!]
เฉินชาง: [อ๋อ! กินข้าวอยู่? กินข้าวอยู่ก็ดี จะส่งรูปให้ดูระหว่างกินข้าว จะได้เจริญอาหาร!]
ฉินเยว่ชะงัก หรือว่าเฉินชางก็กำลังกินอะไรอร่อยๆ อยู่
คนใจร้าย!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ฉินเยว่ก็หัวเราะเย็นชาออกมา: [วันนี้พ่อฉันเข้าครัวทำอาหารเองกับมือ!]
เมื่อฉินเสี้ยวยวนเห็นฉินเยว่ถือโทรศัพท์มือถือ มุมปากเหยียดยกขึ้นขณะที่พิมพ์ตอบข้อความ เขาก็อดกล่าวไม่ได้ว่า “กินข้าวอย่าเล่นโทรศัพท์!”
ฉินเยว่พยักหน้า และในตอนนี้เอง เฉินชางก็ส่งรูปให้ฉินเยว่ หลังจากที่ฉินเยว่เปิดเข้าไปด