จิ่งหรานค่อนข้างรู้สึกสับสนงงงวย
เขาไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงต้องทำเช่นนี้ด้วย
เขางุนงงกับตนเอง
ผมควรจะยืนหยัดในความตั้งใจเดิมของผมไม่ใช่หรือ
จิ่งหรานรู้สึกไม่ค่อยสมัครใจ!
ทำไมผมถึงควบคุมมือทั้งสองข้างของผมไม่ได้
จิ่งหรานเติมน้ำเกลือลงไปในกะละมังอย่างระมัดระวัง เขามองเฉินชางพร้อมกับพยักหน้า “ผมเตรียมให้เรียบร้อยแล้วครับ”
เฉินชางพยักหน้า “ไม่เลว!”
แค่คำว่า ‘ไม่เลว’ เพียงหนึ่งคำ ใจของจิ่งหรานก็อ่อนระทวยไปหมด เขาชมผมอีกแล้ว
[ติ๊ง! ค่าความรู้สึกดีของจิ่งหราน +5]
วิสัญญีแพทย์ถามเฉินชางว่า “หมอเฉิน เริ่มตอนไหน”
วิสัญญีแพทย์คนนี้ให้ความเคารพเฉินชางเด็กที่อายุไม่มากคนนี้มาก ถึงอายุจะน้อยแต่ฝีมือการผ่าตัดโดดเด่นกว่าใคร ก็เลยเรียกด้วยความเคารพว่า ‘หมอเฉิน’
เฉินชางพยักหน้า “รอเดี๋ยวนะครับ ผมนับถอยหลัง สาม สอง หนึ่ง!”
หลังจากที่พูดจบเฉินชางก็เอามือทั้งสองข้างไปจับที่ถุงซีสต์ชั้นในไว้ด้วยความระมัดระวัง เขาชำเลืองมองจิ่งหราน “คุณรู้มั้ยครับว่าผมจะทำอะไร”
เมื่อครู่นี้จิ่งหรานยังไงไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้ว
คุณกำลังจะอวดเก่ง!
แต่เขาไม่กล้าพูดออกไป
จิ่งหรานกลืนน้ำลาย ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่รู้ครับ…”
เว่ยจื้อเองก็ถ