คำว่า ‘คืนเท่าจำนวนเดิมก็พอ!’ ของเฉินชางทำให้เฉียนหลินถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
เดิมทีเฉียนหลินคิดว่าเฉินชางมีบุคคลแบบคนตั้งใจเรียน ทุ่มเทขยันหมั่นเพียร แสวงหาความก้าวหน้า สงบสุขุม สำรวมกิริยา วางตัวเคร่งขรึมจริงจัง เพราะถึงอย่างไรเสียคุณสมบัติเหล่านี้ก็สมกับเป็นคุณสมบัติของคนเรียนเก่ง
คิดไม่ถึงว่าจะเจอกับคนอารมณ์ขันเข้าให้แล้ว!
เฉียนหลินโบกไม้โบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่เรื่องเงินครับ!”
เฉินชางขยับเก้าอี้เล็กน้อย “ผมไม่ติดหนี้รักใคร แล้วก็ไม่มีประวัติเที่ยวอาบอบนวดด้วย หรือต่อให้มีประวัติ ลูกผมก็ไม่น่าจะโตเท่าคุณนะ”
เฉียนหลินรู้สึกอับอายจนเหงื่อตกในทันใด บ้าจริง เจอผู้ช่ำชองเข้าให้แล้ว…เจ้าหมอนี่ขี้เล่นยิ่งกว่าผมอีก!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉียนหลินก็เกิดกลัวขึ้นมาว่าเฉินชางจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ เขาก็เลยพูดอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า “ไม่ๆๆ น้องชาย คุณฟังผมพูดสักประโยคสองประโยค เฉียนเลี่ยงเป็นลุงของผม!”
เฉินชางชะงักงัน กลืนน้ำลายลงไปหนึ่งอึก คุณหมายความว่ายังไง คุณกำลังข่มขู่คุกคามผม?
คนแซ่เฉียนมีเกลื่อนกลาดขนาดนั้น ทำไมคุณไม่บอกว่าปู่คุณคือซานเฉียน[1]เลยล่ะ ไม่แน่ว่าผมอาจจะเชื่อจริงๆ ก็ได้…
เฉียนหลินกล่าวต่อ “คุณลุงของผมอยากให้ผมสมัครเป็นลูกศิษย์ของนางปีศาจสาวเมิ่งซีในช่วงเรียนปริญญาโท เคราะห์ดีที่ได้คุณช่วยนะน้องชาย คุณช่วยชีวิตผมให้รอดพ้นจากภยันตรายนับจากวันนั้นเป็นต้นมา และด้วยเหตุนี้ ผมถึงหลุดพ้นจ