รือคะ”
เฉินชางหัวเราะ “พี่ฟู่ บังเอิญจังครับ…”
“…น้องชายผมกำลังจะเปิดเทอมน่ะครับ ผมเลยมารับเขา”
เฉินหลัวถอดแว่นกันแดดออก ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อเฉินหลัวครับ”
ฟู่อวี้ฟางมองเฉินหลัว แล้วเธอก็พลันยิ้มออกมา “พวกเธอสองคนเป็นพี่น้องกันแท้ๆ ใช่มั้ย”
เฉินชางพยักหน้า “ครับ ถูกต้องครับ”
ฟู่อวี้ฟางพินิจพิเคราะห์เฉินหลัว ตัวสูง ไม่อ้วนไม่ผอม ค่อนข้างดูแข็งแรงกำยำ แต่ใบหน้าคมชัดได้รูป ดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร กล่าวตามตรงว่าหน้าตาโดดเด่นมาก ทำให้คนที่ได้พบเห็นรู้สึกถูกตาต้องใจตั้งแรกเห็น สร้างความประทับให้กับผู้พบเห็น
แต่เป็นความหล่อแบบที่ไม่ใช่ความหล่อแบบพิมพ์นิยมประเภทนั้น เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฟู่อวี้ฟางทำเสียงจุ๊ปากแสดงความชื่นชม “พ่อหนุ่มหน้าตาดีจังเลย ถ้าไม่ไปเป็นดาราเสียดายแย่ เสี่ยวหลัวเธอเรียนที่ไหน”
เฉินหลัวหัวเราะออกมา “โรงเรียนสื่อมวลชนแห่งมณฑลตงหยางครับ”
หลังจากที่ฟู่อวี้ฟางได้ยินคำตอบแล้ว เธอก็อดชะงักเล็กน้อยไม่ได้ เธอถามด้วยความประหลาดใจ “โรงเรียนสื่อมวลชนแห่งมณฑลตงหยางงั้นหรือ เธอเรียนสาขาไหน”
เฉินหลัว “สาขาการแสดง รุ่นปี 2019 ครับ”
หลังจากที่ฟู่อวี้ฟางได้ยินเช่นนั้น เธอก็หัวเราะออกมา “บังเอิญจริงๆ เลย ฉันเป็นอาจารย์สอนเต้นรำที่โรงเรียนสื่อมวลชนแห่งมณฑลตงหยาง”
เมื่อฟู่อวี้ฟางพูดคำพูดเหล่านี้ออกมา เฉินชางก็ถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
หลังจากที่สนทนากันได้พักหนึ่ง เฉินชางก็อด