คนในครอบครัวของเหล่าหยางรออยู่ด้านนอกห้องผ่าตัดด้วยความกังวลใจ
ช่วงเวลาที่เสี่ยวหยางรอเหล่าหยางอยู่หน้าห้องผ่าตัด เขาเงียบขรึมไม่พูดจา ค่อนข้างกระวนกระวายใจและเป็นห่วง…
ภรรยาของเขาเดินมาอยู่ที่ข้างหลังเขาเงียบๆ ตบเบาๆ ที่ตัวเขา ไม่ได้เอ่ยพูดอะไร เอามือวางไว้ที่หลังเขาเฉยๆ
อุณหภูมิของร่างกายที่ส่งผ่านจากมือลงบนแผ่นหลังของเสี่ยวหยาง ทำให้เสี่ยวหยางรู้สึกได้ถึงกำลังใจที่พึ่งพาได้
เสี่ยวหยางเงยหน้ามองแววตาที่เผยให้เห็นถึงความห่วงใยของภรรยา เขายิ้มให้เธอ “ที่รัก ผมไม่เป็นไร”
ภรรยานั่งลงข้างกายเขา “ที่รัก คุณไม่ต้องห่วง เรื่องที่ยากลำบากที่สุดพวกเราก็ผ่านกันมาแล้ว นับประสาอะไรกับเรื่องนี้ จะว่าไปแล้วคุณก็ยังมีฉันอยู่!”
คำพูดหนึ่งคำพูดที่ทำให้เสี่ยวหยางถึงกับตื้นตันจนน้ำตาแทบไหลออกมา
เขาหันไปมองผู้หญิงแต่งตัวบ้านๆ ที่แขนยังสวมปลอกแขนผ้ายืดอยู่เพราะตอนเลิกงานรีบร้อนมาที่โรงพยาบาลก็เลยยังไม่ได้ถอดออก เสื้อผ้าที่สวมอยู่นั้นไม่ได้ซื้อใหม่มาหลายปีแล้ว…
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เสี่ยวหยางก็ถอนหายใจออกมา เขายิ้มเจื่อนอยู่ในใจ ตนเป็นคนไม่เอาไหนเลยจริงๆ!
ผู้หญิงที่ดีมากขนาดนี้ ผู้หญิงที่ทนกัดก้อนเกลือกินอยู่กับตนมาตลอด
เมื่อภรรยาเห็นสีหน้าของเขา เธอก็เอามือลูบเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเสี่ยวหยาง “ผมยาวแล้ว ต้องตัดผมสักหน่อยแล้ว กลับถึงบ้านฉันตัดให้คุณนะ”
เสี่ยวหยางพยักหน้าอย่างแรง
ไม่นานประตูห้องผ่าตัดก็เปิ