เฉียนหลินฮัมเพลงเล็กน้อยขณะเดินไปหยุดที่หน้าประตูห้องทำงานของเฉียนเลี่ยง หลังจากที่ลังเลอยู่นาน เขาก็เริ่มบิวท์อารมณ์ให้อยู่ในโหมดที่ต้องการ
ไม่กล่าวไม่ได้ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพรสวรรค์
และฝีมือในการแสดงของเฉียนหลินก็ระดับเจ็ดถึงแปดดาวทีเดียว
ไม่ถึงหนึ่งนาที อารมณ์ของเฉียนหลินก็เปลี่ยนจากกระหยิ่มยิ้มย่องอิ่มอกอิ่มใจมาเป็นอารมณ์เรียบเฉยถึงขั้นทอดถอนหายใจ ผิดหวังจนจะร้องไห้…
ได้อารมณ์นี้แล้ว ก็คงไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เขาก็เคาะประตู
“เข้ามา!”
น้ำเสียงที่น่าเกรงขามดังลอดออกมา เฉียนหลินสะอื้นเล็กน้อย พยายามถลึงตาไว้หวังจะทำให้ตาแห้งจนมีน้ำตาซึมๆ สักหน่อย
แล้วทันทีหลังจากนั้นเขาก็ผลักประตูเข้าไป
“คุณลุง…”
เฉียนหลินให้คะแนนตนเองเต็มสิบสำหรับสีหน้าอันเศร้าสร้อย
เฉียนเลี่ยงชะงักงัน เมื่อเห็นเฉียนหลินเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยากเช่นนี้
เมื่อเห็นลักษณะเช่นนี้ของเฉียนหลิน เฉียนเลี่ยงไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกสงสาร แต่กลับอยากจะหัวเราะออกมาแทบขาดใจ
“เป็นอะไรไป” เฉียนเลี่ยงกลั้นเสียงหัวเราะไว้ ทำทีไอกลบเกลื่อนแล้วเอ่ยถาม
เฉียนหลินสูดลมหายใจลึกๆ เดินเข้าไปนั่งข้างๆ คุณลุง “คุณลุงครับ ผมห่วยมากเลยใช่มั้ยครับ”
เฉียนเลี่ยงตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง “อืม นิดหน่อย”
เฉียนหลิน ….%%&
เฉียนหลินทอดถอนหายใจพร้อมกล่าวว่า “ผมห่วยมากเลยครับคุณลุง ผมทำให้คุณต้องอับอายขายหน้าอยู่ตลอด จริ