ในตอนที่เฉินชางกลับเข้ามาที่ห้องผู้ป่วยอีกครั้ง ผู้ป่วยหยุดชักแล้ว ดูแล้วอาการชักน่าจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
เมิ่งซีรับแฟ้มประวัติผู้ป่วยที่เฉินชางยื่นให้มา เธอเปิดแฟ้มประวัติอ่านผลตรวจกับรายงานผลภาพเอ็กซเรย์
เมิ่งซีโน้มตัวไปพูดกับผู้ป่วยทันทีหลังจากนั้น “ฉันขอตรวจคุณหน่อยนะคะ คุณนอนราบเลยค่ะ สะโพกตรง ไม่งอเข่านะคะ เหยียดตรงเลยค่ะ”
มือซ้ายของเมิ่งซีจับข้อเท้าผู้ป่วยไว้ จากนั้นก็หยิบปากกาหนึ่งด้ามออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ใช้ปลายทู่ของปากกาวาดลงบนฝ่าเท้าด้วยน้ำหนักมือที่เบาและเร็ว โดยเริ่มลากปากกาจากส้นเท้าไปจนถึงฝ่าเท้าส่วนบนใกล้นิ้วก้อย ลากต่อเนื่องไปยังบริเวณใต้นิ้วโป้ง
ปฏิกิริยาตอบสนองของผู้ป่วยที่เห็นคือนิ้วโป้งกระดกขึ้น นิ้วเท้าที่เหลืออีกสี่นิ้วกางออกเป็นรูปพัด
เฉินชางชะงักงัน ปฏิกิริยาสะท้อนกลับเป็นผลบวก?!
มุมปากของเมิ่งซียกขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้ผลตรวจจะยังไม่ยืนยันชัดเจน แต่ในใจเธอก็เริ่มคิดไปต่างๆ นาๆ แล้ว
ดูเหมือนว่าผู้ป่วยก็ค่อนข้างรู้สึกกระวนกระวายใจ “คุณหมอครับ…ผมเป็นอะไรหรือครับ ทำไมอยู่ๆ มือกับเท้าของผมถึงกระตุกล่ะครับ”
เมิ่งซีกล่าวปลอบขวัญ “ไม่เป็นอะไรค่ะ ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวฉันรอให้หมอเก่อเอาผลแลปมาให้ดูก่อน”
อันที่จริงแล้วในตอนนี้เมิ่งซีวินิจฉัยได้แล้ว แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ยังคงจำเป็นที่จะต้องรอผลแลปอีกที
นักศึกษาปริญญาโทกับแพทย์ฝึกอบรมหนึ่งกลุ่ม