เฉินชางเป็นฝ่ายไปหาจูหย่งวั่ง
“พิจารณาจากสภาวะทางร่างกายของคุณตอนนี้ พวกเราแนะนำให้คุณใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้ต่อไปครับ”
จู่หย่งวั่งไม่เข้าใจ เขาถามด้วยนัยน์ตาที่เบิกโต “ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้? หมายความว่ายังไงครับคุณหมอ”
เฉินชางอธิบายหนึ่งรอบด้วยความอดทน “ก็คือพวกเราจะไม่ดึงลวดเหล็กดัดออกมาจากร่างกายคุณ คุณรู้จักการสู้รบใช่มั้ยครับ มีนักรบหลายคนที่ร่างกายมีกระสุนปืน มีเศษระเบิดที่ฝังอยู่ตามร่างกาย ไม่ได้เอาออกมา แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับชีวิต ดังนั้นลวดเหล็กดัดเส้นนี้ก็จะไม่กระทบอะไรกับชีวิตของคุณเช่นกัน…”
“…แล้วอีกอย่าง ถ้าหากผ่าตัดแล้วอายุของคุณก็จะยิ่งสั้นลงกว่าเดิม ดังนั้น…ผลการหารือสรุปว่าการผ่าตัดไม่ได้ส่งผลดีอะไรกับตัวคุณ”
จูหย่งวั่งถึงกับหน้าชาทันใด ตามมาด้วยเสียงหัวเราะดุร้าย “คุณหมอหมายความว่าไม่ว่าจะยังไงผมก็ต้องตายอยู่ดี ดึงออกหรือไม่ดึงออกก็ค่าเท่ากัน ถ้าดึงออกก็เปลืองเงินเปล่า คุณหมอหมายความว่าอย่างงี้ใช่มั้ยครับ”
เฉินชางพยักหน้า “สภาวะทางร่างกายของคุณ คุณเข้าใจดีมากที่สุด ผมทำได้แค่บอกทางเลือกที่เป็นประโยชน์กับตัวคุณที่สุดให้คุณทราบ อันที่จริงสิ่งที่พวกเราทำได้ เราก็ได้ทำจนครบแล้ว”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ จูหย่งวั่งก็แค่นหัวเราะออกมาทันใด “ตอนนี้คุณหมอต้องการจะไล่ผมแล้ว?”
เฉินชางรู้สึกจนปัญญา นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาพูดคำว่า ‘คุณต้องการจะไล่ผม’
เฉินชางถอนหายใ