จออกมาหนึ่งเฮือก “ผมไม่ได้จะไล่คุณ เพียงแต่กำลังพวกเรามีจำกัด อะไรที่ช่วยคุณได้พวกเราก็ได้ช่วยแล้ว อะไรที่เกินกว่ากำลังอำนาจในการตัดสินใจของพวกเรา พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ขอโทษจากใจอย่างลึกซึ้งครับ!”
จูหย่งวั่งหัวเราะลั่น เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวจนชิดกับตู้ สูดลมหายใจลึกๆ หนึ่งที!
เฉินชางหันหลังจะเดินออกไป
สายตาของจูหย่งวั่งแหลมคมขึ้นมาในทันใด สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชังและเคียดแค้นกับความไม่เป็นธรรมที่ต้องเผชิญ และแล้วก็ราวกับว่าเหตุการณ์ได้เดินทางมาจนสุดทางแล้วความจริงจึงปรากฏ!
เขาวิ่งออกไปจากห้องสังเกตอาการ วิ่งไปยังโถงใหญ่ของโรงพยาบาล!
แผดเสียงตะโกนดังลั่น!
“มีสิทธิ์อะไร!”
“มีสิทธิ์อะไร!”
“มีสิทธิ์อะไร!”
“ทำไมผมต้องป่วย ทำไมผมต้องเป็นคนป่วยที่ไม่มีเงินรักษา ทำไมผมต้องสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ทำไมพวกคุณแต่ละคนสวมเสื้อผ้าดีๆ ทำไมพวกคุณถึงได้ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ได้พักอาศัยในตึกสูง มีรถขับ ได้ไปกินอาหารในร้านอาหาร ป่วยก็ได้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล มีเงินใช้จ่าย! พวกคุณมีสิทธิ์อะไร…ผมไม่มีเงินพวกคุณก็ไม่รักษาให้ผมใช่มั้ย พวกคุณคิดว่าผมน่ารังแกมากใช่มั้ย…”
“…ได้ ไม่รักษาให้ผมใช่มั้ย! ผมจะแก้แค้นสังคม ถึงยังไงผมใกล้จะตายอยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆ…”
คนรอบข้างต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนก
ทุกคนต่างมองชายหนุ่มด้วยท่าทางระแวดระวังตัว
ฉางลี่น่าตกใจกลัวจนถอยหลบ เธอดึงแขนฉินเยว่ไว้แล้วกล่าว