ว่า “คุณเห็นหรือยัง! ฉันรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้! ฉันรู้!”
เฉินชางรีบวิ่งเข้าไปหาจูหย่งวั่งทันที “ผมอธิบายให้คุณฟังอย่างละเอียดชัดเจนแล้ว พวกเราช่วยคุณได้เท่านี้ ถ้าทำการผ่าตัดให้คุณ ก็จะทำให้อายุของคุณยิ่งสั้นเข้าไปอีก!…”
“…จะว่าไปแล้วพวกเราเองก็เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไปเหมือนกัน พวกเราจะกินข้าวก็ต้องลำบากตรากตรำทำงานหนักหาเงินมาซื้อข้าวกินเหมือนกัน เข้างานเลิกงานก็นั่งรถสาธารณะเบียดเสียดแออัด พวกเราไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากคนทั่วไป คุณอย่ามีความคิดเช่นนี้ในหัวเด็ดขาด คุณต้องคิดถึงลูกของคุณ คุณอยากให้ลูกของคุณก็ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกับคุณเหรอครับ”
จูหย่งวั่งหันมาจ้องมองเฉินชางทันที “คุณหมอเฉิน คุณหมอวางใจเถอะ ผมไม่วางระเบิดโรงพยาบาลหรอกครับ พวกคุณทุกคนเป็นคนดี!”
เฉินชางรีบปลอบประโลมเขา “จูหย่งวั่ง คุณอย่าคิดอะไรฟุ้งซ่านเด็ดขาด คุณกลับไปที่ห้องผู้ป่วยกับผม ผมจะคุยกับคุณให้เข้าใจ คุณไปนอนพักที่ห้องผู้ป่วยสักครู่ก่อน เดี๋ยวผมจะไปหาหัวหน้าจ้าว ไปปรึกษาเรื่องของคุณกับเขาสักหน่อย ลองคุยกับเขาสักรอบ แบบนี้เป็นไงครับ”
หลังจากที่พูดจบแล้ว เขาก็บอกกับฉินเยว่ว่า “คุณดูแลเขาก่อน”
หลังจากที่พูดจบ เขาก็ไปหาหลี่เป่าซาน
เมื่อหลี่เป่าซานเห็นเฉินชางวิ่งเข้ามา “เกิดอะไรขึ้นครับ”
เฉินชางอธิบายด้วยความรีบร้อนหนึ่งรอบ ทั้งสามคนถึงกับนิ่งขรึมในทันใด ทุกคนต่างคิดใคร่ครวญอย่างสุดความสามารถ!
ในเวลา