เมื่อกลับมาถึงแผนก เฉินชางนำบัตรประชาชนของจูหย่งวั่งให้กับพยาบาลฉางลี่น่า “ลงทะเบียนให้เขาหน่อยครับ อยู่เฝ้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลชั่วคราว”
ฉางลี่น่าชะงักงัน “เขา…เขาไม่มีเงินนะคะ”
เฉินชาง “ทำเรื่องค้างชำระเอาไว้ก่อน”
ฉางลี่น่า “ทำเรื่องค้างชำระเอาไว้ก่อน แล้วถ้าไม่กลับมาชำระล่ะคะ! จะว่าไปแล้วเดือนนี้มีคนทำเรื่องค้างชำระเอาไว้ก่อนเกินโควตาแล้วนะคะ วันนี้หัวหน้าพยาบาลเพิ่งจะบอกฉัน…”
เมื่อจูหย่งวั่งได้ยินเช่นนี้ เขาก็เงยหน้าขึ้นมาทันที เขาจ้องมองฉางลี่น่า “คุณต้องการจะขับไล่ผมเหรอครับ”
สายตาที่จูหย่งวั่งมองฉางลี่น่าเหมือนแววตาของสุนัขป่าที่สิ้นหวังเพราะใกล้จะสิ้นลม แววตาคู่นั้นของเขาทำเอาฉางลี่น่าตกใจกลัวจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เฉินชาง “คืนนี้ใช้ยาต้านอักเสบไปก่อน ราคาไม่กี่บาท ทำตามนี้แล้วกันนะครับ ค่ารักษาผมออกแปดสิบ แผนกออกยี่สิบ! ไม่ได้มีการผ่าตัด ค่ารักษาไม่เท่าไหร่ ผมจะไปออกคำสั่งแพทย์”
ฉางลี่น่าพยักหน้า
ฉางลี่น่ากับฉินเยว่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชายหนุ่ม เฉินชางก็เลยไม่ได้กลับบ้าน แต่ไปนอนที่เตียงในห้องฉุกเฉิน
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินเยว่ซื้ออาหารเช้ามาให้จูหย่งวั่ง ฉินเยว่ตรึกตรองแล้วว่าเขาน่าจะเป็นคนกินจุ ก็เลยซื้อน้ำเต้าหู้สามแก้วกับซาลาเปาหกลูก
จูหย่งวั่งไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เมื่อเย็นวาน เช้ามาก็เลยหิวไส้แทบขาด เขารับอาหารเช้าที่ฉินเยว่ซื้อมาให้พลางยิ้มด้วยความรู้สึกกระดากอาย “