ขอบคุณครับ!”
หลังจากที่กล่าวขอบคุณแล้ว เขาก็นั่งลงที่มุมห้อง กินอาหารเช้าอย่างมูมมาม
ฉินเยว่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้อง ฉางลี่น่ากับพยาบาลฝึกหัดก็ดึงตัวฉินเยว่ไว้ “คุณไปบอกเขาสิคะ ทำไมคุณถึงไม่พูด! เวลาที่เขามองมองคุณ สายตาเขาค่อนข้างอ่อนโยน แต่เวลาที่เขามองพวกฉันสายตาเขาดุอย่างกับหมาป่า!”
ฉินเยว่ชะงักงัน เธอลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงขานรับ “อ้อ” สั้นๆ แล้วก็วกกลับเข้าไปใหม่
“เอ่อ…”
ตอนที่จูหย่งวั่งดื่มน้ำเต้าหู้ เขาเปิดฝาแก้วน้ำออก แล้วดื่มอึกๆ ลงไปโดยที่ไม่กลัวน้ำเต้าหู้ร้อนๆ จะลวกปากเลยสักนิด “อร่อยจริงๆ! มีอะไรเหรอครับ!”
ฉินเยว่รวบรวมความกล้า “ฉันขอคุยอะไรกับคุณเรื่องหนึ่ง!”
จูหย่งวั่งกัดซาลาเปา เป็นซาลาเปาไส้เนื้อ “ซาลาเปาไส้เนื้อต้องแพงมากเลยนะเนี่ย!”
ฉินเยว่ “…”
เขากลืนซาลาเปาลงไปหนึ่งคำ “คุณหมอมีเรื่องอะไรก็พูดมาเลยครับ”
ฉินเยว่ “การกระทำเช่นนี้ของคุณสร้างความรู้สึกกดดันให้กับพวกเรามาก ทุกครั้งที่พวกเราคุยกับคุณหรือเวลาที่มองคุณ พวกเรารู้สึกกลัว กลัวว่าคุณ…คุณจะทำร้ายคนอื่น”
จูหย่งวั่งชะงักงัน เขาเคี้ยวซาลาเปาในปากช้าลง…
“ความหมายของพวกคุณคือ…จะไล่ผมไป?”
ฉินเยว่รีบส่ายหน้าทันที “ไม่ใช่ค่ะ…คุณดูสิ พยาบาลพวกนั้นก็ดีกับคุณมาก ตอนเช้าตรู่ยังซื้ออาหารเช้ามาให้คุณ คุณไม่จำเป็นต้องทำหน้าดุดันขนาดนั้นใส่พวกเธอ…”
“…แล้วอีกอย่าง เรื่องอาการบาดเจ็บกับอาการป่วยของคุณ พวกเรารอให้หัวหน้ามา