ถึงแล้วพวกเราจะปรึกษาหารือกันถึงเรื่องแนวทางการรักษา แล้วถึงจะตัดสินใจได้!”
…
ตอนเช้า หลังจากที่หลี่เป่าซานมาถึงโรงพยาบาลแล้ว เขาก็มุ่งตรงไปหาจูหย่งวั่งทันที หลังจากที่ตรวจแล้วหนึ่งรอบ เขาก็บอกกับเฉินชางว่า “ตัดลวดเหล็กดัดให้สั้นก่อนเถอะครับ ปล่อยไว้แบบนี้เกิดไม่ระมัดระวังแล้วเป็นอะไรหนักขึ้นกว่าเดิมจะทำไง”
เมื่อได้ฟังดังนั้น เฉินชางถึงเพิ่งตระหนักในจุดนี้ได้ เขารีบหยิบคีมตัดมา ฉินเยว่อดเอามือปิดตาจูหย่งวั่งเอาไว้ไม่ได้
กึก
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าทางปากหนึ่งทีด้วยเจ็บปวด!
ฉินเยว่ถามเขาว่า “เจ็บมั้ยคะ”
จูหย่งวั่งแบะปาก “ไม่เจ็บเท่ามะเร็งครับ!”
เฉินชางส่งรูปเอ็กซเรย์ในโทรศัพท์มือถือให้หลี่เป่าซาน หลังจากที่หลี่เป่าซานวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว หลี่เป่าซานก็กล่าวว่า “จากนี้ต้องวินิจฉัยร่วมกัน ผมจะเชิญหัวหน้าเถามาหารือสักหน่อย”
หลังจากพูดจบ หลี่เป่าซานก็ยืดตัวตรงแล้วเดินออกไป
จูหย่งวั่งลุกพรวดขึ้นมาทันใด กล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกที่ทั้งงุนงงสับสนทั้งโกรธเกรี้ยว “พวกคุณหลอกผม? นี่คือตรวจเสร็จแล้วเหรอ”
ฉินเยว่รีบพูดทันที “แน่นอนว่าไม่ได้หลอกคุณ สถานการณ์ของคุณค่อนข้างพิเศษ พวกเราต้องเชิญหมอแผนกศัลยกรรมหัวใจมาช่วยตรวจและรักษาค่ะ!…”
“…จากนั้นยังต้องปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับเคสของคุณ สุดท้ายถึงจะระบุวิธีการรักษาได้!”
เมื่อจูหย่งวั่งได้ฟังเช่นนั้น “ดึงลวดเหล็กดัดออกมาก็พอแล้ว มีอะไรซับซ้อนยุ่งยากท