ี่ไหนกัน”
ฉางลี่น่าหมดความอดทนตั้งแต่แรกแล้ว คนที่นี่เห็นชายคนนี้เป็นเหมือนคนในครอบครัวแท้ๆ
คุณน่าสงสาร คุณเก่งมาก?
ดึงออกมาก็พอแล้ว ทำไมคุณไม่ดึงออกมาเองเลยล่ะ
ถึงขั้นที่ฉางลี่น่าคิดว่าชายคนนี้มาที่โรงพยาบาลอันดับสองเพื่อกรรโชกทรัพย์ ถ้าเกิดเป็นอะไรตายขึ้นมาก็ง่ายต่อการขูดรีดเงินจากโรงพยาบาล ถึงอย่างไรเสียเรื่องแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฉางลี่น่าก็พ่นลมออกทางจมูกด้วยความไม่พอใจแล้วเดินออกไป
จูหย่งวั่งมองฉินเยว่ “จริงนะครับ คุณหมอไม่ได้หลอกผมนะครับ”
ฉินเยว่พยักหน้า “ไม่ได้หลอกค่ะ”
จู่หย่งวั่งลังเลใจขึ้นอีกครั้ง “ผมไม่มีเงิน…ผมไม่มีเงินจริงๆ!”
ฉินเยว่ส่ายศีรษะ “ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องมีเงินหรือไม่มีเงินค่ะ ตอนนี้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน แต่คนในครอบครัวคุณต้องมาที่นี่ เพราะถ้าต้องผ่าตัด จะต้องให้ครอบครัวเซ็นยินยอม ไม่งั้นก็ผ่าตัดไม่ได้นะคะ!”
นัยน์ตาของจูหย่งวั่งเป็นประกายวาบหนึ่ง เขารีบส่ายหน้า “ผมไม่มีเงิน ผมไม่มีครอบครัว!”
ฉินเยว่ถึงกับชะงักงัน “คุณไม่มีครอบครัวเหรอคะ”
จูหย่งวั่งเอาแต่ส่ายหน้า “ผมไม่มีเงิน! แล้วผมก็ไม่มีครอบครัวด้วย!”
ในช่วงไม่กี่วินาทีต่อมาหลังจากนั้น ไม่ว่าฉินเยว่จถามอะไรก็ตาม จูหย่งวั่งก็จะพูดแต่ประโยคนั้น ‘ผมไม่มีเงิน! แล้วผมก็ไม่มมีครอบครัวด้วย!’
พูดจนฉินเยว่จนปัญญา เธอทำได้แค่เดินออกมาจากห้อง
ทันทีที่ฉินเยว่เดินออกมา ฉางลี่น่าก็