มาก
หยางเสี่ยวหมิงกล่าวว่า “อาการของผู้ป่วยในตอนนี้ชัดเจนมากว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เชื้อมะเร็งแพร่กระจายไปหลายแห่ง มีโอกาสมีชีวิตรอดต่ำ ไม่ว่าจะดึงลวดเหล็กดัดออกมาหรือไม่ เขาก็อยู่ได้อีกไม่นานอยู่ดี อาจอยู่ได้ไม่เกินสองถึงสามเดือน…”
“…โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาไม่มีคนในครอบครัวมาเซ็นยินยอมเข้ารับการผ่าตัด ก็ยิ่งหมดหนทางที่จะผ่าตัด พูดตรงๆ เลยก็คือ โรงพยาบาลไม่ใช่สถานสงเคราะห์ ถ้าใครๆ ก็มารูปแบบนี้ โรงพยาบาลก็คงไปต่อไม่ไหว”
คำพูดของหยางเสี้ยวหมิงมีเหตุผลมาก ทั้งยังสมเหตุสมผลมากด้วย! ทำให้คนที่ฟังหาข้อท้วงติงไม่เจอ
เถามี่เองก็พยักหน้าเห็นด้วย “ผมก็คิดเหมือนกันครับ บาดแผลบริเวณรอบๆ ลวดเหล็กดัดมีการติดเชื้อรุนแรง ความเสี่ยงในการผ่าตัดสูงมาก แล้วอีกอย่าง ต่อให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จ แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายก็เท่ากับยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเกิดภาวะมีลมขังอยู่ในโพรงเยื่อหุ้มปอดสูง คาดว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ได้ในภายหลังได้ ทำให้โอกาสการมีชีวิตรอดของผู้ป่วยสั้นลงอีก ดังนั้นดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว การไม่ผ่าตัดเป็นทางเลือกที่ดีกว่า!”
หลี่เป่าซานนิ่งเงียบอยู่นาน เขาถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก มองรูปถ่ายเอ็กซเรย์พลางพยักหน้า “เสี่ยวเฉิน คุณไปคุยกับเขา อธิบายให้เขาฟังสักหน่อย”