และหัวหน้ากลุ่ม
ทั้งสองไปมาหาสู่กันค่อนข้างบ่อย เวลาที่เฉินชางไปดื่มเหล้า คนที่ชวนเขาก็ไม่พ้นกวนเหว่ย
กวนเหว่ยเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนไม่วางมาด มักจะคลุกคลีอยู่กับนักศึกษา และมักจะร่วมกินดื่มพูดคุยกับนักศึกษาเสมอ
เฉินชางคิดไม่ถึงว่าไม่เจอกันสามปี กวนเหว่ยจะกลายเป็นหัวหน้าสำนักงานบัณฑิตวิทยาลัยไปแล้ว
เมื่อคิดมาถึงตอนนี้ เฉินชางก็หัวเราะพร้อมกล่าวขึ้นว่า “อาจารย์กวนครับ ยินดีด้วยนะครับที่ได้เลื่อนตำแหน่ง อนาคตผมต้องขอคุกเข่าคารวะอาจารย์ฝากตัวเป็นศิษย์อีกครั้ง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
กวนเหว่ยหัวเราะออกมา เขาชี้นิ้วไปที่เฉินชาง หัวเราะและบ่นว่า “เจ้าหนุ่มคนนี้ ตอนนั้นผมจะยื่นเรื่องให้คุณได้เรียนต่อปริญญาโทโดยที่คุณไม่ต้องสอบในฐานะนักศึกษาดีเด่น แต่คุณดันไม่เอา มาตอนนี้เปลี่ยนใจอยากจะเรียนต่อละ”
เฉินชางก็หัวเราะเช่นกัน “สถานการณ์พิเศษช่วงเวลาพิเศษน่ะครับ! ตอนนั้นเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย คุณเองก็รู้สถานการณ์ของครอบครัวผม”
กวนเหว่ยพยักหน้า “เอาละ เรามาจัดการเรื่องสำคัญกันก่อน แล้วเย็นนี้เราค่อยนัดสังสรรค์กันที่เก่า ครั้งนี้คุณต้องเป็นเจ้ามือนะ”
เฉินชางหัวเราะเฮฮา “ไม่มีปัญหาครับ ครั้งนี้เลี้ยงเต็มที่เลยครับ!”
เนื้อแท้แล้วเฉินชางเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจ ไม่มีนิสัยเย่อหยิ่งอวดดี จัดการเรื่องราวต่างๆ ด้วยความสุขุมรอบคอบเสมอ ทำงานด้วยความคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง จึงทำให้ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้ไปมาหาสู่กัน