ู่ช่วงหนึ่ง ในที่สุดวันนี้ก็สำเร็จแล้ว
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฉินเสี้ยวยวนอดรู้สึกดีใจไม่ได้
“เรื่องเฉินชาง…ต้องขอบคุณหัวหน้ากวนมากๆ เลยนะครับ ถ้ามีโอกาสมาแวะมาคุยกันที่โรงพยาบาลอันดับสองของจังหวัดได้นะครับ” ฉินเสี้ยวยวนกล่าว
หลังจากที่วางสายไปแล้ว ฉินเสี้ยวยวนก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาในทันใด
คิดไปคิดมาเขาก็กดโทรศัพท์โทรไปแจ้งข่าวให้เฉินชางทราบสักหน่อย กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ “เฉินชาง คุณมาที่ห้องทำงานผมหน่อย”
เฉินชางชะงักงัน “ผู้อำนวยการฉิน…ผม…อยู่ในเวลางาน ออกจากพื้นที่เวลางานไม่น่าจะดีสักเท่าไหร่นะครับ เอ่อ…เหมาะสมหรือครับ ถ้า ถ้า ผมหมายถึงถ้าฝ่ายกิจการแพทย์เพ่งเล็งขึ้นมาจะไม่ดีหรือเปล่าครับ ผมเพิ่งจะโดนลงโทษทางวินัยไป…หรือว่ารอผมเลิกงานก่อนแล้วผมค่อยขึ้นไป แบบนี้ดีมั้ยครับ”
ทันทีที่เฉินชางพูดคำนี้ออกมา ฉินเสี้ยวยวนรู้สึกราวกับโดนตบหน้าซ้ายทีขวาทีอย่างสโลว์โมชั่นซ้ำๆ…
เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังตบหน้ากันชัดๆ
ไม่ใช่เพราะผมหรือไงที่ไม่ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน
เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ทำไมถึงได้ใจแคบขนาดนี้นะ
เมื่อฉินเสี้ยวยวนคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็อดโมโหไม่ได้ “ได้ หรือคุณจะไม่ขึ้นมาหาผมก็ได้ ถ้าคุณพลาดโอกาสที่จะได้เป็นนักศึกษาปริญญาโทขึ้นมา ผมไม่รับผิดชอบด้วย”
หลังจากพูดจบฉินเสี้ยวยวนก็วางสายไปเลย เมื่อนึกคำพูดคำจาของเฉินชางเมื่อครู่นี้ที่ฟังดูปลิ้นปล้อนไม่จริงใจขึ้นมา เขาก็อด