เถียนจะถือกล่องข้าวสีชมพูลายเปปป้าพิกมาส่งให้เฉินชาง เพื่อให้เฉินชางกินข้าว
ถ้าเฉินชางไม่กินเธอก็จะไม่ไปไหน เมื่อไม่มีทางเลือก เฉินชางก็ทำได้เพียงกินข้าวกล่องของเด็กหญิงตัวน้อยลงไป
เสี่ยวเถียนเถียนอยู่ตรงนั้น เธอเป็นเด็กดีมาก เธอรอเฉินชางรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เธอก็จะเข้ามาเอากล่องข้าวไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้วก็วิ่งออกไป
เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ แผนกฉุกเฉินมีเด็กหญิงตัวน้อยเพิ่มเข้ามาอีกคน ก็ราวกับว่าท่ามกลางความประหม่าวิตกกังวลกับความเคร่งเครียดมีสายใยบางๆ ที่คอยหล่อเลี้ยงจิตใจให้ชุ่มชื้น ทำให้ผู้คนในแผนกต่างก็มีรอยยิ้มบนใบหน้ามากขึ้น
ทันทีที่เสี่ยวเถียนเถียนเข้ามาในห้องทำงาน ทุกคนต่างก็หยอกล้อว่า “เฉินชาง ภรรยาตัวน้อยของคุณมาส่งข้าวแล้ว!”
เฉินชางยิ้มกระอักกระอ่วน
ส่วนใบหน้าของเสี่ยวเถียนเถียนกลับเต็มไปด้วยความสุข ดูมีความสุขยิ่งกว่าได้ดื่มน้ำผึ้งเสียอีก
ครั้งนี้หลังจากเสี่ยวเถียนเถียนรอให้เฉินชางรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เธอก็ปีนป่ายขึ้นมาบนเก้าอี้ตัวข้างๆ หยิบกระดาษทิชชูออกจากกระเป๋าเสื้อมาเช็ดปากให้เฉินชาง
คนอื่นๆ ที่เห็นต่างก็พากันหยอกล้อเสียงดัง!
ทั้งยังเช็ดด้วยความตั้งใจมาก และเช็ดอย่างละเอียดมากด้วย หลังจากที่เช็ดเสร็จแล้ว เสี่ยวเถียนเถียนก็เอียงหน้า แล้วชี้นิ้วที่ใบหน้าของเธอ
เฉินชางหัวเราะฮ่าๆ ออกมา เขาอุ้มเสี่ยวเถียนเถียนขึ้นมาแล้วหอมแก้มเธอหนึ่งที!
กล่าวตามความจริง เขาชอบ