ำพูดที่ฟังแล้วโศกเศร้าเสียใจจนหัวใจแทบแตกสลาย ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้ง!
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ทำหน้าไม่ถูก จะหัวเราะก็ไม่ได้ จะร้องไห้ก็อย่างไรอยู่
สวีเหลียงเองก็หัวเราะด้วยความเก้อเขิน เขามองภรรยาแล้วกล่าวขึ้นว่า “เมียจ๋า ทำไมเราสองคนดูเหมือนเป็นตัวร้ายในละคร ที่พลัดพรากคนที่เขารักกัน?”
สวีเถียนเถียนหยุดร้องไห้แล้วพยักหน้าเห็นด้วย แล้วกล่าวขึ้นว่า “ใช่น่ะสิ…พ่อจ๋าพ่ออย่าทำตัวเป็นตัวร้ายได้มั้ย อย่าพรากเราจากกัน…”
ทว่าการขัดขืนของสวีเถียนเถียนไม่ได้เป็นผลใดๆ สุดท้ายแล้วก็ยังโดนอุ้มกลับบ้านอยู่ดี
เมื่อเฉินชางเห็นเด็กหญิงตัวน้อยแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ เขาก็ยิ้มออกมา น่ารักจริงๆ!
ในเวลานี้จู่ๆ ฉินเยว่ก็พูดโพล่งขึ้นมาจากด้านหลัง “เป็นไรไป อาลัยอาวรณ์หรือไง”
เฉินชางหัวเราะออกมาทันที “มีอะไรต้องอาลัยอาวรณ์”
ฉินเยว่หัวเราะคิกคักออกมา “มีอะไรต้องอาลัยอาวรณ์? คุณพูดง่ายจังเลยนะ นี่อาจเป็นเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวในช่วงชีวิตยี่สิบเจ็ดปีของคุณที่รักคุณหมดหัวใจ คุณไม่เห็นคุณค่า? เอ…ตอนนี้เถียนเถียนยังเด็กอยู่ รอเถียนเถียนโตเป็นสาวก่อน พอพูดถึงเรื่องนี้ คุณจะต้องเสียดายแน่!”
เฉินชางตัดบท “อ้อ จริงสิ แฟนคนนั้นในละครที่คุณดู คบกันเป็นไงบ้าง”
ฉินเยว่หันมามองเฉินชางทีหนึ่ง “เกี่ยวอะไรกับคุณด้วย!”
หลังจากพูดจบฉินเยว่ก็เดินเชิดหน้าออกไป
หวังเชียนเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ เขาทอดถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึก