ธอจ้องมองเฉินชาง และพยักหน้าเต็มที่
เป็นภาพที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนโดยรอบ
เฉินชางมองเด็กหญิงตัวน้อยที่น่ารัก
นี่คงจะเป็นความสุขที่ได้จากการเป็นผู้รักษาสินะ
ทุกครั้งเวลาที่เห็นชีวิตคนตกอยู่ในอันตราย แล้วช่วยชีวิตช่วยชีวิตคนเหล่านั้นไว้ได้ด้วยมือคุณเอง ความรู้สึกของความสำเร็จนี้ไม่มีสิ่งใดมาเปรียบได้
ความสุขของนกคือท้องฟ้ากว้าง
ความสุขของปลาคือท้องทะเล
แต่ความสุขของหมอคือไม่มีคนป่วย
เฉินชางนึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาได้ ยอมปัดฝุ่นบนตู้ยายังดีเสียกว่ายอมให้มนุษย์ในใต้หล้าต้องเจ็บป่วย ถ้ามวลมนุษย์ล้วนมีความสุข ระบบที่ตัวเองได้มาก็ไม่จำเป็นแล้ว
เมื่อเด็กหญิงเห็นว่าเฉินชางเหม่อลอย ทันใดนั้นเด็กหญิงก็ลุกพรวดขึ้นมา แล้วเดินช้าๆ เข้าไปกอดศีรษะของเฉินชางเอาไว้ เอามือทาบที่ข้างหูของเฉินชาง พูดเสียงแผ่วเบาว่า “คุณอาคะ คุณอาหล่อจัง โตขึ้นเถียนเถียนจะแต่งงานกับคุณอา ดีมั้ยคะ”
ประโยคนี้ทำให้เฉินชางถึงกับตะลึง
นี่เราดูโสดอย่างเห็นได้ชัดขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย
แม้แต่เด็กสามขวบก็ยังดูออกว่าเราโสด!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เฉินชางถามกลับเสียงเบา “ทำไมล่ะครับ”
เด็กหญิงสีหน้าไร้เดียงสา มองเฉินชางด้วยนัยน์ตากลมโตเปล่งประกาย เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว ยืนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ประกาศกร้าวอย่างจริงจังว่า “บุญคุณของการช่วยชีวิต เด็กหญิงไม่อาจตอบแทนคุณไหว ทำได้แค่พลีกายถวายชีวิต!”
เฉินชางเก