ฉียงแนะนำตัวเองอย่างยิ้มแย้ม
แต่เมื่ออีกฝ่ายได้ยินซ่งเฉียงแนะนำตนเองเรียบร้อยแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรครับ?”
ซ่งเฉียงได้ยินคำพูดเช่นนี้พลันรู้สึกถึงอันตราย หากอยู่ในสถานการณ์ปกติ แม้อีกฝ่ายจะไม่เป็นมิตรก็ยังไม่ใช้น้ำเสียงเช่นนี้พูดกับเขา ยิ่งไปกว่านั้น เขายังอ้างชื่อหัวหน้าจ้าวของฝ่ายรายการโทรทัศน์ขึ้นมาแล้วด้วย
ซ่งเฉียงสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดี!
“หัวหน้าฝ่ายครับ เป็นแบบนี้นะครับ เมื่อคืนพวกคุณตีพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับโรงพยาบาลอันดับสองของพวกเรา มันค่อนข้าง…”
อีกฝ่ายได้ยินข้อมูลถึงตรงนี้ก็กล่าวตัดบทซ่งเฉียงไปโดยตรง “สวัสดีครับ หากคุณมีข้อสงสัยว่าข้อมูลในหนังสือพิมพ์ของพวกเราจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงพยาบาลคุณ ก็ติดต่อมาตามช่องทางอย่างเป็นทางการของพวกเราได้เลยครับ หนังสือพิมพ์อันหยางของพวกเรารับผิดชอบต่อข้อมูลที่รายงานแน่นอน และจะเผชิญหน้าอย่างจริงจังด้วย ไม่ทราบว่าคุณยังมีเรื่องอื่นอีกไหมครับ?”
ซ่งเฉียงโกรธจนกัดฟันแน่น เขาจะไปคิดได้อย่างไรว่าเรื่องมันจะพัฒนามาถึงขั้นนี้!
มีเรื่องอื่นหรือเปล่า? มีกับผีสิ! ให้ตายเถอะ! แม่งเอ๊ย!
ทันทีที่วางโทรศัพท์ ซ่งเฉียงก็ถีบโต๊ะทำงานเบื้องหน้าไปครั้งหนึ่ง ปัดเอกสารที่วางกองอยู่บนโต๊ะจนกระจัดกระจายเต็มพื้น!
ซ่งเฉียงมีสีหน้ามืดครึ้ม ลมหายใจกระชั้นถี่
ตอนนี้เองมีโทรศัพท์สายหนึ่งต่อ