ซ็นต์! ดังนั้น…พวกคุณควรไตร่ตรองอย่างระมัดระวังนะครับ!”
ฉินเสี้ยวหยวนถือเป็นศิษย์คนโตของฝางยงหลิน เป็นนักเรียนที่สนิทกันที่สุด หากให้ผู้เฒ่าฝางมาแนะนำด้วยตัวเองคงบอกว่านี่คือลูกบุญธรรมของผม
ฉินเสี้ยวหยวนเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เพราะการช่วยเหลือของอาจารย์ ดังนั้นฉินเสี้ยวหยวนจึงเห็นฝางยงหลินเป็นเหมือนพ่อแท้ๆ ของตน
ไม่ใช่เพราะเป็นอาจารย์หนึ่งวันก็เปรียบเหมือนเป็นบิดาชั่วชีวิตเท่านั้น แต่เป็นบิดาที่เขาจะไว้ทุกข์ เฝ้าโลงและส่งศพด้วยตัวเอง!
หลี่เจี้ยนเหว่ยอายุน้อยกว่าฉินเสี้ยวหยวนหลายปี เรื่องเช่นนี้จึงต้องให้ฉินเสี้ยวหยวนตัดสินใจ
ฝางยงหลินไม่มีลูก คนเหล่านี้ก็เหมือนกับเป็นลูกบุญธรรมของฝางยงหลิน
ฉินเสี้ยวหยวนมีสีหน้าหนักอึ้ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาเป็นหมอ รู้ดีว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่เมื่อเรื่องเช่นนี้เกิดกับตัวเองกลับไม่อาจตัดใจ!
หลิวซือฉีเห็นดังนั้นก็ทอดถอนใจออกมา กล่าวโน้มน้าวว่า “ผู้อำนวยการฉิน ความจริงผู้เฒ่าฝางก็อายุมากแล้ว ผมเสนอว่าอย่าทรมานเขาอีกเลย ผู้เฒ่าฝางทำความดีมาชั่วชีวิต อย่าให้เขามาทุกข์ทรมานยามแก่อีกเลย…ผมคิดว่าเขาคงทนการผ่าตัดไม่ไหว! อาจจากไประหว่างการผ่าตัดก็ได้…”
ฉินเสี้ยวหยวนมีสีหน้ามืดครึ้ม ตัดสินใจไม่ได้!
จะช่วยหรือไม่ จะผ่าตัดหรือไม่! นี่เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด
หากผ่าตัดใครจะทำ แต่หากไม่ผ่าตัด ฉินเสี้ยวหยวนคงยากจะให้อภัยตนเอง ทั้