ยวก่อน รอเดี๋ยว! หมอเฉินชางสินะคะ ฉันเป็นเพื่อนของถานจงหลิน หมอในโรงพยาบาลประชาชนแห่งมณฑล ฉันอยากพูดอะไรกับคุณหน่อยค่ะ”
เฉินชางพยักหน้า “ทำไมครับ คุณพูดมาเถอะ แต่…รีบหน่อยนะครับ ผมมีคนไข้ต้องรักษา เสียเวลามากไม่ได้”
หญิงวัยกลางคนได้ยินดังนั้นพลันมีสีหน้ายินดี รีบพูดไปว่า “มาๆๆ รุ่ยเอ๋อร์ ตามมานี่”
เด็กชายคนนั้นส่ายหน้า “ผมไม่ไป ผมจะต่อแถว โรงพยาบาลก็มีกฎของโรงพยาบาล ผมต้องต่อแถว แม่จะเข้าก็เข้าไปเถอะ ผมไม่ไปด้วยหรอก!”
เมื่อพูดออกมาเช่นนี้ ก็ทำเอาเธอโกรธจนชี้นิ้วชี้ใส่เด็กชาย!
“ลูกไม่กลัวพลาดโอกาสรักษาที่ดีที่สุดไปหรือไง ถ้ามือพิการขึ้นมาจะทำยังไง? ถึงตอนนั้นก็กลายเป็นคนพิการเลยนะ?”
เด็กชายหัวเราะ “ตอนนี้ผมจะต่างอะไรกับคนพิการล่ะครับ แม่ไม่ได้สั่งสอนผมให้ดีไม่ใช่เหรอ? เห็นหรือเปล่า? ผมถูกคนแบบนี้สั่งสอนจนคนอื่นเขาต้องสั่งสอนผมแทนแม่แล้ว บางทีผมก็คิดว่าผมควรจะขอบคุณคนอื่นด้วยซ้ำ”
ชายสวมเสื้อเชิ้ตที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็พูดว่า “เอาละ เสี่ยวรุ่ย พวกเราอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลย เข้าไปตรวจดูก่อนเถอะ จากนั้นค่อยคุยกันเรื่องนี้ ยังไงการรักษาก็สำคัญกว่า”
ขณะที่พูดชายคนนั้นก็ถลึงตาใส่ผู้หญิง แล้วดึงเด็กชายเดินไปข้างหน้า
หญิงวัยกลางคนก็เดินตามไป “หมอคะ คุณช่วยดูให้ลูกชายฉันก่อนเถอะค่ะ เด็กยังเล็ก จะเสียเวลาไม่ได้!”
เฉินชางพูดว่า “คุณเข้าไปก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมดูให้”
ผู้หญิงคนนั้นรีบพาลูกชา