ื้นที่ดินโคลน
เมื่อทุกคนมาถึงประตูแผนกฉุกเฉิน มองเข้าไปเห็นด้านในสะอาดสะอ้านไปหมด จึงหยุดเท้าไปทันที!
หยางจื้อฟู่และโจวข้วงเซิงหารือกัน จากนั้นจึงถอดรองเท้าแล้วเดินเท้าเปล่าเข้าไปด้านใน!
คนงานก่อสร้างคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็เอาอย่าง รีบถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปด้วย
“คุณหมอครับ…”
วันนี้เสี่ยวหลินเป็นเวรกลางคืน เธอเห็นทั้งสองเดินเข้ามา บนแขนมีเสื้อผ้าพันไว้เป็นชั้นหนา แต่เลือดยังคงไหลซึมออกมา คนหนึ่งบาดเจ็บที่แขนซ้าย อีกคนแขนขวา!
เสี่ยวหลินสีหน้าเปลี่ยนไปโดยพลัน รีบทำตามขั้นตอนทันที
เธอให้เพื่อนร่วมงานไปเรียกพนักงานมาช่วยลงทะเบียน ส่วนตนก็พาทั้งสองเข้าไปด้านใน
ตอนนี้เฉินชางเพิ่งเย็บแผลให้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเสร็จ เธอเผลอหั่นนิ้วตัวเองตอนทำอาหาร ด้านหลังเธอมีชายร่างผอมสวมแว่นกรอบทองยืนอยู่ ดูท่าทางคงแก่เรียน คิ้วเป็นเส้นเหมือนพวกบัณฑิต
เขามองเฉินชางพูดยิ้มๆ ว่า “ผมไม่ระวังถูกปากกาทิ่มเท้า เดินไม่สะดวกเลยครับ”
เฉินชางกำลังจะพูดบางอบ่าง จู่ๆ เสี่ยวหลินก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “หมอเสี่ยวเฉิน มีคนไข้สองคน เลือดออกมาก ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บหนัก!”
เมื่อพูดจบ เสี่ยวหลินก็เพิ่งเห็นชายที่กำลังจะได้รักษา จึงพูดเสริมอีกประโยคหนึ่ง “อาการ…สาหัสมากค่ะ!”
ขณะนั้นคนทั้งสองก็ถูกส่งเข้ามาด้านใน
หยางจื้อฟู่และโจวข้วงเซิงกดแขนของตนเอง บนหน้ามีรอยยิ้มเจื่อนๆ ทั้งสองมองไปยังห้องตรวจที่ดูสะอาดสะอ้าน รู้สึกเหมื