ัดอั้นยิ่ง
วันต่อมายังคงดำเนินไปเช่นนี้ เฉินชางและหวังหย่งชินกับขั้นตอนแล้ว หวังหย่งรับมือคนเดียวได้แล้ว
หลังจากผ่าตัดเสร็จไปเคสหนึ่ง เฉินชางก็ได้รับโทรศัพท์จากหลี่เป่าซานบอกให้เขากลับไปที่วอร์ด ด้วยเหตุนี้จึงลุกเดินออกไป
เพิ่งออกไปได้ไม่นานก็มีหลายคนเดินเข้ามาที่ห้อง หวังหย่งเริ่มผ่าตัดไปอย่างเชี่ยวชาญ
หวังหย่งผ่าตัดไปบรรยายไป “สิ่งสำคัญของการผ่าตัดแบบบาดเจ็บน้อยมีหลายด้าน อย่างแรกก็คือตอนผ่าเปิด จะต้องให้ความสำคัญกับการเลือกตำแหน่ง…”
ตอนนี้หวังหย่งเชี่ยวชาญในการผ่าตัดถุงน้ำดีเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังใช้กล้องสำหรับผ่าตัดได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย
เฉินชางกลับมาที่แผนก เห็นหลี่เป่าซานยืนรออยู่จึงชะงักไปเล็กน้อย “หัวหน้าแผนกเรียบผมหรือครับ?”
หลี่เป่าซานพยักหน้ายิ้มๆ “การผ่าตัดเคสต่อไปจะมีกรรมการคุมสอบคอยดู นี่เป็นการสอบประเมินของหวังหย่ง”
เฉินชางตื่นตะลึงไปแล้ว!
“เร็วขนาดนี้เลยหรือครับ? ผมควรไปบอกเขาสักหน่อย…”
หวังหย่งส่ายหน้า “ไม่ต้องบอกหรอก ให้เขาผ่าตัดไปตามปกติก็พอ ไม่งั้นเกิดเครียดจนทำพลาดขึ้นมาคงไม่ดี ใช่แล้ว ช่วงนี้คุณค่อนข้างสนิทกับหวังหย่ง คุณคิดว่าเป็นยังไงครับ จะผ่านไหม?”
เฉินชางมีท่าทีครุ่นคิด “น่าจะผ่านนะครับ!”
หวังหย่งจะผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่เพียงแต่จะเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นระบบศิษย์อาจารย์เท่านั้น อีกอย่าง…ช่วงนี้หวังหย่งสร้างความประทับใจให้เฉินชางไม่เลวเลย เขาไม่เพียงแต่มีพรสว