้จ่ายมากขนาดนั้นที่ไหนกัน กว่าจะยืมเงินได้ก็ไม่ง่ายเลย หยางหลินเห็นเยี่ยนหมิงอยู่ที่นั่นจึงเดินเข้าไป “หมอครับ เป็นยังไงบ้างครับ?”
เยี่ยนหมิงนำผลตรวจร่วมออกมาพูดว่า “หมอฝ่ายอายุรกรรมประสาทกังวลว่าจะมีอาการบาดเจ็บที่กะโหลก ต้องการให้คุณไปทำซีทีสแกนและกราฟสมองก่อน หลังจากผลตรวจออกมาแล้วค่อยดูผลกันอีกที”
หยางหลินลังเลเล็กน้อย จะอย่างไรเขาก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย บนตัวมีเงินไม่มาก เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ยังคงกังวลอยู่บ้าง “หมอครับ ทำซีทีสแกนต้องใช้เงินเท่าไหร่? แล้วก็กราฟสมองด้วย?”
เยี่ยนหมิงตอบว่า “ทั้งหมดก็ประมาณห้าหกร้อย ซีทีสแกนก็สองสามร้อย กราฟสมองสองสามร้อย ส่วนรายละเอียดคุณไปถามตรงแผนกเก็บเงินได้เลยครับ ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่”
“ใช่แล้ว อาการของผู้ป่วยยังไม่มั่นคง คุณติดต่อญาติผู้ป่วยด้วยนะครับ ให้พวกเขามาเซ็นชื่อด้วย”
เยี่ยนหมิงให้ความสำคัญกับเรื่องการเซ็นชื่อมาก เน้นย้ำเรื่องเซ็นชื่อกลับไปกลับมาอยู่หลายครั้ง
หยางหลินได้ยินดังนั้นก็เข้าไปพูดคุยกับหลี่หรงหรง แต่หลี่หรงหรงกลับกำโทรศัพท์แน่น จะอย่างไรก็ไม่ยอมให้หยางหลินเอาโทรศัพท์ไป เธอส่ายหน้าไม่ให้เขาโทรหาครอบครัว
เยี่ยนหมิงเห็นสถานการณ์เช่นนี้ในใจก็บ่นว่ายุ่งยากแล้ว ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร
สถานการณ์เช่นนี้ยุ่งยากเป็นที่สุด ลูกไม่เชื่อฟัง ไม่ให้โทรหาครอบครัว พอถึงตอนเกิดเรื่องขึ้นมาผู้ใหญ่ในบ้านก็จะมาหาเรื่องตน!
จะ