แล้ว อู๋เสวียอวี้ก็มาเปิดประตู เมื่อเห็นว่าเป็นฉินเยว่ก็เผยรอยยิ้มออกมา “เสี่ยวฉินมาแล้ว เข้ามากินข้าวกันเถอะ”
ฉินเยว่รู้สึกกระอักกระอ่วน ถ้าปฏิเสธจะเหมาะสมหรือไม่?
เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสม เช่นนั้นไม่ปฏิเสธแล้วกัน แต่ก็ยังคงรู้สึกไม่ดี
ภรรยาของอู๋เสวียอวี้เห็นฉินเยว่ก็รีบยิ้ม พูดกับลูกชายว่า “เสี่ยวอู๋ ช่วยเอารองเท้าแตะมาให้เสี่ยวฉินหน่อย”
ทั้งครอบครัวต้อนรับฉินเยว่อย่างอบอุ่น จนทำให้เธอรู้สึกลำบากใจ
เมื่อนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวแล้ว อู๋เสวียอวี้ก็พูดว่า “เสี่ยวฉิน มาที่บ้านแล้วก็ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นหรอก ตอนหนุ่มๆ ผมกับอาจารย์ของคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมากทีเดียว!”
อู๋เสวียอวี้มีลักษณะผอมบาง สวมแว่นกรอบทอง ดูแล้วภูมิฐานมากมารยาท ส่วนภรรยาก็เป็นศาสตราจารย์ของวิทยาลัยแพทย์ตงหยางเช่นกัน ทั้งยังเป็นหัวหน้าแผนกสตรีที่โรงพยาบาลตงต้าสาขาสองอีกด้วย เธอชื่อจางจิ้นเฟิน
แม้จางจิ้นเฟินจะไม่ได้หน้าตาสะสวย แต่เมื่อยิ้มขึ้นมาก็ดูอบอุ่น ม้วนผมเป็นมวย สวมชุมกระโปรงยาว เหมือนกับหัวหน้าแผนกที่ไหนกัน เหมือนแม่บ้านคนหนึ่งมากกว่า
จางจิ้นเฟินคีบอาหารให้ฉินเยว่ พูดยิ้มๆ ว่า “เสี่ยวฉิน ฉันอ่านวิทยานิพนธ์ของเธอแล้ว เป็นความคิดที่พิเศษจริงๆ เป็นแนวคิดใหม่เลยทีเดียว! ยิ่งไปกว่านั้นยังนำไปใช้ได้จริง หัวข้อการศึกษานี้จะต้องคุ้มค่าต่อการวิจัยมากแน่นอน คนรุ่นใหม่เก่งกว่าคนรุ่นเก่าแล้ว!”
ฉินเยว่ยิ้มอย่างเขินอาย “ศ