าสตราจารย์จางอย่าชมฉันเกินไปเลยค่ะ ตัวจะลอยหมดแล้วค่ะ”
จางจิ้นเฟินหัวเราะขึ้นมา “โอ้ ยังจะเรียกศาสตราจารย์อะไรอีก เรียกฉันว่าน้าก็ได้จะ พวกเราไปมาหาสู่กับพ่อของเธอบ่อยๆ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการฉินจะมีลูกสาวที่น่ารักขนาดนี้ ทั้งยังรู้จักเอาอกเอาใจคนด้วย น้าไม่มีลูกสาว แต่ชอบเด็กผู้หญิง ไม่เหมือนเด็กผู้ชายหรอก วันๆ ไม่ยอมแตะต้องงานบ้าน ไม่รู้จักเอาอกเอาใจเลย!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จางจิ้นเฟินก็ตบหน้าผากตัวเองเบาๆ “โธ่ ดูสิ น้าร้อนใจไปแล้ว ลืมแนะนำให้รู้จักเลย นี่คือลูกชายของน้าชื่อว่าอู๋เจ๋อ ตอนนี้เพิ่งเรียนจบระดับปริญญาเอก อาจารย์ของเขาอยากให้เขาอยู่ที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย แต่น้ากับพ่อเขาอยากให้เขากลับมา จะอย่างไรก็เป็นลูกชายคนเดียว อีกอย่างที่ตงหยางของพวกเราก็ไม่เลวเลย!”
ฉินเยว่พยักหน้า “คุณอู๋เก่งจริงๆ ค่ะ!”
อู๋เจ๋อยิ้ม “เรียกผมว่าอู๋เจ๋อก็ได้ครับ คุณเองก็ไม่เลวเลย จบปริญญาโทจากเซียงหย่า ความจริงคุณก็เรียนปริญญาเอกต่อได้อย่างราบรื่นเลยนะครับ ทำไมถึงไม่ให้ศาสตราจารย์สวี่ช่วยส่งเสริมเรื่องเรียนปริญญาเอกล่ะครับ?”
ฉินเยว่หัวเราะ “ฉันไม่ค่อยมีความทะเยอทะยานน่ะค่ะ อยากกลับมาทำงานให้เร็วสักหน่อย ปล่อยให้พ่อแม่ดูแลน้องชายไป จะได้อุ้มหลานเร็วๆ”
หลังจากคุยกันพอประมาณ จางจิ้นเฟินก็ถามขึ้นยิ้มๆ ว่า “เสี่ยวฉินมีแฟนหรือยังจ๊ะ?”
ฉินเยว่ส่ายหน้า “ไม่มีหรอกค่ะ ฉันทำงานอยู่ที่แผนกฉุกเฉินของโ