ตั้งแต่แผนกฉุกเฉินปรับปรุงระบบแลกเวร เวลางานช่วงกลางวันของเฉินชางก็ยืดหยุ่นขึ้นมาก ไม่ต้องอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งวันแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้เวลาของเฉินชางจึงค่อนข้างอิสระ
แน่นอนว่าชีวิตภายใต้ระบบเช่นนี้ก็คือ หากหัวหน้าทำเป็นหลับตาข้างลืมตาข้าง ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คุยกันได้ แต่หากต้องการเพ่งเล็งคุณ ต่อให้ไม่มีข้อบกพร่องก็จะหาข้อบกพร่องของคุณให้ได้
แม้ช่วงเช้าจะไม่มีเรื่องใหญ่อะไร แต่ก็ไม่เคยได้นั่งพัก ขอเพียงอยู่ที่โรงพยาบาลก็จะต้องมีปัญหาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก จะอย่างไรก็ไม่ปล่อยให้คุณมีเวลาว่างแน่
ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้พักสักหน่อย ฉินเยว่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามา ดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งลงข้างเฉินชาง พูดอย่างพอใจว่า “เฉินชาง อาจารย์ของฉันดูวิทยานิพนธ์แล้ว คุณรู้หรือเปล่าว่าอาจารย์พูดยังไง?”
เฉินชางตอบไปว่า “บอกว่าหัวข้อบทความของคุณเป็นแนวคิดใหม่ ร่างบทความละเอียดชัดเจน มีแนวคิดชัดเจน ภาพประกอบเยอะ ข้อมูลครอบคลุม เรียกได้ว่าคลาสสิคตามตำรา!”
คำเยินยอนี้ทำเอาฉินเยว่รู้สึกสบายไปทั้งตัว “โอ้ เฉินชาง วันนี้คุณกินน้ำตาลมากไปหรือคะ? ทำไมถึงปากหวานขนาดนี้! ไม่เลวๆ สมควรได้รับคำชมเชย”
หวังเชียนถึงกับพูดเคล้าเสียงหัวเราะ “ถ้าเขากินน้ำตาลมากไป คงเป็นเบาหวานไปแล้ว สมองคงไม่ชัดเจนแจ่มแจ้งขนาดนี้หรอกครับ! เขาพูดเพ้อเจ้อทั้งนั้น เสี่ยวฉิน คุณอย่าไปเชื่อเชียว”
ฉินเยว่กลอกตาใส่หวังเชียน “พี่เชีย