น อยู่ดีๆ ฉันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคุณที่เรียนศัลยกรรมกระดูกถึงไม่ไปอยู่ที่แผนกกระดูก แต่กลับมาอยู่ที่แผนกฉุกเฉินแทน!”
หวังเชียนชะงักไป ถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “ทำไมหรือครับ?”
ฉินเยว่ถลึงตาใส่อย่างดุดัน “เพราะผู้อำนวยการคิดว่าคุณติดหนี้เขาอยู่ไงคะ!”
หวังเชียนส่งเสียงจิ๊จ๊ะ “งานที่แผนกฉุกเฉินเป็นการฝึกฝนพัฒนาฝีมือให้ผมต่างหาก จริงด้วย ผมขอดูวิทยานิพนธ์ของคุณหน่อยสิครับ?”
ฉินเยว่หยิบวิทยานิพนธ์ที่พิมพ์ออกมาเรียบร้อยแล้วขึ้นมาส่งให้หวังเชียน “ดูสิคะว่าเป็นยังไงบ้าง อาจารย์ของฉันบอกว่าเป็นวิธีที่มีแนวคิดใหม่ ให้ลองทำเป็นภาษาอังกฤษทั้งเล่ม ส่ง SCI[1] ดู ไม่แน่ว่าอาจได้ IF[2] สูงก็เป็นได้”
เฉินชางหยิบวิทยานิพนธ์ฉบับคัดลอกอีกเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู ฉบับนี้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ฉินเยว่คนเป็นคนแปล
หลังจากพลิกดูตามใจครู่หนึ่ง เฉินชางก็พบว่าเนื้อหาด้านในเต็มไปด้วยสาระมากกว่าเมื่อก่อน และยังกระทัดรัดมากขึ้น ส่วนคำบรรยายที่มากเกินความจำเป็นถูกตัดออกไปทั้งหมด
เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนยังยอดเยี่ยมกว่ามาก ดูท่าทางศาสตราจารย์โม่คนนี้จะเก่งมากจริงๆ
แม้เฉินชางจะเขียนวิทยานิพนธ์ไม่เป็นแต่ก็อ่านมาไม่น้อย มีความสามารถในการพิจารณาอยู่บ้าง ก็เหมือนกับนิยาย ผมเขียนไม่เป็นแต่ก็ยังดูออกว่าดีหรือไม่ดี เล่มที่เพิ่งออกจำหน่ายในช่วงนี้ก็ดีมาก…
การแปลก็ไม่เลว ถือว่าอีกฝ่ายมีความสามารถเลยทีเดียว
หลังจากอ่าน