เฉินชาง คุณนี่ตลกจัง!”
หวังเชียนก็รีบเดินเข้ามา “ชางเอ๋อร์ ได้ฉายเดี่ยวแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ? เล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ!”
เฉินชางย้อนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม…ความจริงก็ไม่มีอะไรมาก พอไปถึงโรงพยาบาลก็มีคนออกมาต้อนรับ พอเข้าไปผ่าตัดก็มีคนสวมเสื้อกาวน์ให้ ยื่นมือก็มีคนส่งอุปกรณ์ให้ ก้มหน้าก็มีคนดึงตะขอให้ เงยหน้าก็มีคนซับเหงื่อให้ หมุนตัวไปก็มีคนหลีกทางให้ พอผ่าตัดเสร็จก็มีคนเข้ามาพูดอวย…”
หวังเชียนถลึงตากว้าง เต็มไปด้วยความอิจฉา!
“ว้าว…ให้ตายสิ…การผ่าตัดนี่มันสบายจริงๆ! นี่สิถึงจะเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของศัลยแพทย์”
“ชางเอ๋อร์ ปรึกษาหน่อยสิครับ ต่อไปถ้ามีโอกาสพาผมไปด้วยเป็นนะครับ เป็นไง?”
เฉินชางกลอกตาใส่ “ถ้าเกิดเรื่องแล้วคุณรับผิดชอบ ผมก็จะพาคุณไปด้วย!”
หวังเชียนได้ยินดังนั้นก็ตบไหล่เฉินชาง “ชางเอ๋อร์ ผมเข้าใจคุณสุดๆ แล้ว เป็นเพื่อนกันแค่เปลือกนอกสินะ!”
เฉินชางยิ้ม มองไปทางหวังเชียนด้วยท่าทางคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง
[หวังเชียน ค่าความรู้สึกดี: 30]
[ฉินเยว่ ค่าความรู้สึกดี: 32]
เฉินชางหันไปมองหมอในแผนกที่ค่อนข้างสนิทกับตน ความจริงคนเราก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคนอื่นๆ เป็นอย่างไร ใครดีกับตน ใครไม่ดีกับตน ปกติก็สัมผัสได้อยู่ในใจ
[สือน่า ค่าความรู้สึกดี: 30]
……
คนในแผนกมีไม่มาก หากดูผ่านข้อมูลพวกนี้ ค่าความรู้สึกดีประมาณสามสิบแสดงว่าความสัมพันธ์ค่อนข้างดี
ตอนนี้เอง เ