ฉินชางเห็นหยวนฟางเดินเข้ามา เขายิ้มมองเฉินชางแล้วพูดว่า “เฉินชาง สุดยอดไปเลยครับ ได้ออกไปฉายเดี่ยวด้วย แบบนี้ต้องเลี้ยงข้าวซะแล้ว ใช่หรือเปล่า?”
เฉินชางยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร แต่หัวใจเต้นตึกตัก
[หยวนฟาง ค่าความรู้สึกดี: -10]
เฉินชางชะงักไป ที่แท้ค่าความรู้สึกดีก็มีค่าติดลบด้วย เมื่อดูเช่นนี้ ค่าความรู้สึกดีเป็นศูนย์ คงเป็นค่าความรู้สึกดีของคนธรรมดา หากเป็นจำนวนบวกแสดงว่าคนคนนั้นมีความสัมพันธ์ที่พอใช้ได้กับตนเอง ส่วนค่าติดลบคงหมายถึงความสัมพันธ์แย่ หรืออาจไม่ชอบตน
เฉินชางไตร่ตรองดูเช่นนี้แล้ว จู่ๆ ก็คิดว่าค่าความรู้สึกดีนี่ไม่เลวเลย อย่างน้อยก็มีหยวนฟางที่ดูผิวเผินคล้ายสนิทสนมกับตน แต่ในใจไม่ได้ชอบตนจริงๆ
หยวนฟางเห็นเฉินชางไม่พูดอะไรก็หรี่ตาเดินผ่านไป พูดด้วยท่าทีอิจฉาว่า “เฉินชาง ไปคราวนี้อย่างน้อยก็คงได้เงินเกือบพันหยวนเลยสินะครับ? หาเงินได้สบายจริงๆ พวกเราทำงานเหนื่อยแทบตายอยู่ที่โรงพยาบาล เดือนหนึ่งยังได้ไม่กี่พัน คุณออกไปฉายเดี่ยวไม่กี่ครั้งก็เท่ากับรายรับทั้งเดือนของพวกเราแล้ว! คุณต้องเลี้ยงข้าวพวกเรามื้อใหญ่เลยนะครับ”
ฉินเยว่ยู่ปาก จากนั้นจึงพูดยิ้มๆ ว่า “หึๆ…เฉินชางบอกว่าลืมรับเงินมาน่ะค่ะ!”
หยวนฟางชะงักไป อดยิ้มออกมาไม่ได้ นี่มันจะเชื่อได้หรือ? แต่ว่า…เมื่อคิดว่าเฉินชางฉายเดี่ยวได้แล้ว หยวนฟางก็ไม่พอใจ
เฉินชางพูดยิ้มๆ “หมอหยวนล้อเล่นแล้ว ผมเป็นพนักงานชั่วคราวมาสองปี เดือนหนึ่งเ