ทอดถอนใจ “หัวหน้าแผนกครับ เดิมทีผมนัดกับผู้ป่วยไว้แล้ว แต่ว่า…ตอนเที่ยงโทรไปก็ถูกปฏิเสธหมด พวกเขาไม่อยากมาผ่าตัดที่แผนกพวกเราแล้วครับ”
จางโหย่วฝูได้ยินดังนั้นพลันชะงักไป “ทำไมล่ะ?”
ต้วนปัวส่ายหน้า “ผมเองก็ไม่ทราบ…”
จางโหย่วฝูชะงักไปครู่หนึ่ง “เอาเถอะ…ไม่เป็นไร นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ยังไงซะเมื่อก่อนก็เคยมีเรื่องแบบนี้…”
แต่ต้วนปัวกลับพูดว่า “เมื่อวานตอนที่พวกเราทำคลินิกฟรีอยู่ที่ห้องโถง ผมเห็นแผนกฉุกเฉินทำคลินิกฟรีด้วยครับ พวกเขาก็โฆษณาการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเหมือนกันกับพวกเรา ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวานตอนผมเลิกงาน ผมเห็นผู้ป่วยหลายคนไปที่แผนกฉุกเฉิน ผมเดาว่าเก้าในสิบจะต้องไปผ่าตัดที่แผนกฉุกเฉินแน่นอน!”
เมื่อพูดจบจางโหย่วฝูพลันชะงักไป คุณไม่พูดยังดี แต่พอพูดขึ้นมา ผมก็โกรธขึ้นมาทันที!
ผู้ป่วยจะไปไหนก็เป็นเรื่องของผู้ป่วยเอง แต่คุณพูดแบบนี้มันกลายเป็นอะไรไปแล้ว? แผนกฉุกเฉินแย่งคนไข้ของพวกเราไป! จะไม่ให้โกรธได้หรือ?
คุณเป็นหมอที่ไปทำคลินิกฟรีแต่กลับรั้งผู้ป่วยไว้ไม่ได้ ปล่อยให้หมอคลินิกฟรีของแผนกฉุกเฉินแย่งไปได้ นี่คุณเป็นไอ้โง่หรือไง?
อาการป่วยที่อยู่ในขอบเขตของแผนกศัลยกรรมทั่วไป แต่กลับปล่อยให้แผนกฉุกเฉินแย่งไปได้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็มองไปยังต้วนปัวด้วยสีหน้าผิดหวัง
“หมอต้วน คุณเป็นหมอมาสิบกว่าปีแล้ว เป็นแพทย์เจ้าของไข้มาก็หลายปี อีกไม่นานจะเป็นรองหัวหน้าแผ