ู้ว่าเนื้อหาการไลฟ์สดของเธอตกเป็นเป้าสายตาของแอดมินเข้าเสียแล้ว
เธอคิดว่าการตรวจสอบคงไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าผู้ดูแลระบบจะระงับการออกอากาศของเธอแบบนี้!
“หยุดทำบ้าอะไร ออกไปจากที่นี่ก่อน!” ผู้ช่วยเสี่ยวหลงเร่งเร้า
ด้วยฉากหลังเห็นเพียงภาพสุสานรางๆ ไม่เห็นป้ายหลุมศพ หรือธูป ถ้าไม่ถูกจับได้ในที่เกิดเหตุ ก็ยังใช้ข้ออ้างที่ ‘ชาวเน็ตมองว่าเป็นหลุมศพ’ มาแก้ตัวในภายหลังได้
“สายไปแล้ว” เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นยะเยือกจนคนฟังรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
‘สายเกินไป? ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีคนค้นพบตำแหน่งของพวกเราได้เร็วขนาดนี้!’ เผิงอีอีครุ่นคิด ขณะเก็บของเตรียมจะจากไป
ทันใดนั้น แสงไฟเจิดจ้าหลายดวงพลันส่องเข้ามา
“มีคนอยู่ที่นี่สามคน!”
“ไม่กลัวหรือไงว่าบรรพบุรุษจะตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วมาตามหลอกหลอน ไอ้พวกคนไร้ยางอายพวกนี้!”
ชาวบ้านที่เข้ามาสองสามคนมองเผิงอีอี และคนอื่นๆ พลางใช้ไฟฉายส่องหน้าซึ่งฉายชัดถึงความโกรธเคือง
เผิงอีอีรีบแสดงท่าทางน่าสงสาร พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “พี่น้อง เข้าใจผิดแล้ว ฉันแค่เดินผ่านมาแถวนี้เฉย ๆ มันมืดเกินไป เลยไม่ได้ดูว่าที่นี่คือที่ไหน…”
[พลิกจากหน้ามือเป็นหลังตีนเลย…]
[ความสวยใช้ไม่ได้ผลหรอก ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นแฟนคลับของเธอนะ!]
โหมวซือหยวนผู้โดนพ่อบังเกิดเกล้าตบหน้ามา ชี้ไปยังจอบในมือผู้ช่วยเสี่ยวหลง แล้วตะโกนว่า “พวกเขาเตรียมจอบมา คงคิดจะขุดหลุมศพของพว