กเราจริง ๆ ด้วย!”
“ว่าไงนะ!? ไอ้คนใจดำคิดจะขุดหลุมศพบรรพชนเราเรอะ! ช่างบังอาจ!!!”
“ชาวหมู่บ้านถงไม่ใช่คนที่ใครจะกลั่นแกล้งได้ พวกเราจับมันส่งตำรวจเร็ว!”
ในความเชื่อของชาวชนบท หลุมศพถือเป็นสถานพำนักของบรรพบุรุษ แม้แต่ผู้ที่มีความบาดหมางกัน ยังไม่ทำอะไรกับหลุมศพของบรรพบุรุษของคนอื่นเลย อย่าว่าแต่ขุดโลงขึ้นมาเลย!
ชาวบ้านในหมู่บ้านถงต่างก็โกรธแค้น
[เฝ่ยไป๋ลู่ช่างรอบรู้จริง ๆ ในเมื่อชาวบ้านแห่มาขนาดนี้ อยากรู้นักว่าอีอีจะพูดยังไง!?]
เผิงอีอีตกใจจนใบหน้าซีดเซียว ก่อนจะกรีดร้อง “อ๊า! ไอ้เด็กบ้านนอก อย่าเอามือเหม็น ๆ ของแกมาแตะฉันนะ! ถ้าแกกล้าแตะตัวฉัน ฉันจะบอกว่าแกลวนลามฉัน!”
คนหนุ่มสาวในหมู่บ้านถงออกไปทำงานในเมือง ดังนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มาจึงเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน ผู้หาเลี้ยงชีพด้วยการทำปศุสัตว์
พวกเขาไม่เคยเห็นหญิงสาวผู้ไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน กระนั้นก็เลยไม่กล้าแตะต้องเนื่องจากกลัวตนเองเดือดร้อน
โหมวซือหยวนแทบกระอักเลือดออกมา “คุณผู้หญิง ใครแตะต้องคุณมิทราบ?”
[โห บ้านนอกเลยเรอะ? อย่าให้เห็นว่ากินข้าวจากที่ชาวบ้านปลูกนะ!]
[อีอีที่รัก รีบหุบปากเน่า ๆ ของเธอซะ ถ้าพูดอีก ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินไปตบหน้าเธอถึงมณฑลอวิ๋นเลยคอยดู!]
พฤติกรรมของเผิงอีอีกระตุ้นความโกรธแค้นของสาธารณชน จนทุกคนเริ่มด่าทอและสาปแช่งเธอ
เผิงอีอียังคงเศร้าใจ เธอพลันคิดว่า… เธอสวยมาก เมื่อเทียบกันแล้ว คนเหล่านี้ก็เป็นแค่คน