รงนี้เฉินชางก็รู้สึกจมดิ่ง
หมอที่ตามมากับรถ 120 อธิบายอาการให้เฉินชางฟัง เขากำชับว่า “ตอนผมไปถึงผู้ป่วยก็สลบไปแล้ว หลังจากปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบว่าความดันเลือดไม่มั่นคง ลมหายใจอ่อนแรง…เกิดหยุดหายใจกะทันหันหลายครั้ง…”
เฉินชางมีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยพลัน!
รีบกำชับกับพยาบาลว่า “เสี่ยวหลิน เครื่องช่วยหายใจ! เครื่องพยุงชีพ!”
เสี่ยวหลินกำลังกินข้าว เมื่อได้ยินเฉินชางเรียก เธอก็วางชามและตะเกียบลง รีบวิ่งออกมาเข็นเตียงผู้ป่วยเข้าไปยังห้องกู้ชีพ
ดูเหมือนผู้หญิงคนนั้นจะจำเฉินชางได้เช่นกัน เธอรีบพูดออกมาว่า “หมอ! เป็นคุณ…คุณ…คุณพูดถูกทุกอย่าง วันนั้นฉันผิดเอง ขอโทษคุณด้วยค่ะ คุณต้องช่วยพ่อฉันให้ได้นะคะ ฉันมีพ่อแค่คนเดียว…”
บนใบหน้าของเธอไม่มีความสุขุมเหมือนวันนั้นอยู่อีก น้ำตาน้ำมูกไหลเต็มหน้า เสื้อผ้าบนตัวเต็มไปด้วยร่องรอย เธอคุกเข่าลงเบื้องหน้าเฉินชาง กอดขาเฉินชางเพื่อขอร้อง
เฉินชางรีบพยุงเธอขึ้น “คุณใจเย็นหน่อยครับ พวกเราต้องไปกู้ชีพก่อน!”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “ฉันผิดไปแล้ว คุณหมอ! ขอร้องเถอะค่ะ ช่วยพ่อฉันด้วย คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น…”
เฉินชางทอดถอนใจออกมา พยายามสลัดตัวออกจากเธอแล้ววิ่งเข้าไปที่ห้องกู้ชีพ
คนที่เธอคุกเข่าให้ไม่ใช่เฉินชาง แต่เป็นพ่อของเธอ เธอกำลังรู้สึกผิด…
เฉินชางเดินเข้ามาในห้องกู้ชีพ รีบปรับเครื่องช่วยหายใจ จากนั้นจึงเริ่มรักษาอย่างสงบนิ่ง
แต่วุ่นวายมาตลอดเที่ย