ห้องพักใหม่ไม่ได้สว่างและกว้างขวางเหมือนตอนแรก พื้นที่ก็เล็กลง แต่ทิศทางรับแดดและลมไม่เลวเลย เขาใช้เวลาทั้งบ่ายกว่าจะเก็บของเสร็จ จากนั้นช่วงเย็นจึงไปที่คลินิกของจางจื้อซิน
ตอนเที่ยงวันต่อมา โทรศัพท์ของเฉินชางดังขึ้น
“พี่กินข้าวหรือยัง?”
เมื่อได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าเป็นเฉินหลัว น้องชายของตน เสียงของเฉินหลัวเบาและเร็วเหมือนที่เป็นมา
เฉินชางและเฉินหลัวได้รับสืบทอดหน้าตามาจากแม่ ทำให้ดูสวยและหล่อในเวลาเดียวกัน
“เพิ่งกินไปน่ะ นายจะกลับบ้านเมื่อไหร่?”
เฉินหลัวหัวเราะ “อีกแป๊บแล้วกันครับ ระยะนี้ผมติดตามหัวหน้ากลุ่มคนหนึ่ง มีแสดงทุกวันเลย เมื่อวานผมยังได้พูดบทออกกล้องประโยคหนึ่งด้วย! ผมลองไปถามแล้ว ละครเรื่องนั้นจะออกฉายท้ายปี! เป็นละครฟอร์มยักษ์ชื่อ ตระกูลชาวยุทธ์ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าฉากที่ผมแสดงจะได้ออกฉายหรือเปล่า”
เฉินหลัวไม่เคยพูดเรื่องความทุกข์กับคนอื่น แม้จะเคยถูกตีตอนเรียนก็ยังยิ้มกลับบ้านมาบอกว่าต่อยชนะ
เฉินชางพูดว่า “เหนื่อยมากหรือเปล่า? มีเงินพอใช้ไหม? ดูแลสุขภาพด้วยนะ อย่ากินอะไรมั่วๆ ล่ะ!”
เฉินหลัวหัวเราะเสียงดัง “พี่ครับ พี่ยังไม่รู้จักผมอีกหรือ ไปที่ไหนผมก็เอาชนะคนอื่นเขาได้ตลอด คุณน้าที่ทำงานเบื้องหลังเห็นผมท่าทางไม่เลว ตอนถึงเวลาพักกินข้าวกล่องก็มักจะให้ขาไก่ผมเพิ่ม ผมรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ!”
“อีกอย่างช่วงนี้ผมโชคดีมากเลยนะครับ สองเดือนมานี้ทำเงินได้ไม่น้