มิน่าล่ะ สัปดาห์ที่แล้วฉินเยว่ถึงได้มาถ่ายรูปที่ห้องผ่าตัดของตนทุกวัน...
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง! ทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างแล้ว เหล่าเฉินเข้าใจชัดเจนแล้ว!
แต่ว่า...ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนไม่ได้รับความยุติธรรมล่ะ...
เฉินชางมองท่าทีของเหล่าเฉิน อดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “อาจารย์เฉิน ผมให้ฉินเยว่ไปบอกคุณแล้วนะครับ”
ฉินเยว่ยิ้มกระอักกระอ่วน อธิบายด้วยท่าทีเขินอาย “อาจารย์เฉิน คือ เพราะต้องรักษาความเป็นกลางในการทดลอง จึงเลือกทดลองโดยไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว ก็เลย...แค่กๆ ไม่ได้บอกคุณน่ะค่ะ”
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาทันที ทั่วทั้งห้องเปี่ยมไปด้วยความคึกคัก! นานแล้วที่แผนกฉุกเฉินไม่ได้มีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้ กระทั่งเหล่าเฉินเองก็หัวเราะเช่นกัน
ความจริงก็เหมือนกับที่ฉินเยว่พูด การทดลองแบบไม่ให้เป้าหมายรู้ตัวก็คือผู้วิจัยและผู้ป่วยไม่รู้ว่าผู้ป่วยแต่ละคนถูกแบ่งอยู่ในกลุ่มไหน และไม่รู้ว่ากลุ่มไหนจะได้รับการรักษาหรือทดลองแบบใด ข้อดีของวิธีนี้ก็คือหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้เข้ารับการทดลองและผู้วิจัยมีความเอนเอียง
ผลการวิจัยครั้งนี้จึงนับว่าราบรื่นมาก!
จู่ๆ หลี่เป่าซานก็รู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมา “เสี่ยวเฉิน วิธีการผ่าตัดแบบนี้ ตอนนี้มีใครทำได้บ้าง?”
หวังหย่งรีบลุกขึ้นยืน “ผมทำได้ครับ!”