!”
จางโหย่วฝูสูดหายใจลึกๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงฝืนยิ้มออกมา “เห็นว่าแผนกฉุกเฉินเพิ่งได้รับมอบห้องผ่าตัด ผมเลยกลัวว่าพวกคุณจะไม่มีผู้ป่วยน่ะครับ”
หลี่เป่าซานได้ยินดังนั้นก็อดส่ายหน้าไม่ได้ จางโหย่วฝูคนนี้นี่ หนังหนาจริงๆ!
เนื่องจากขึ้นลิฟท์ตัวเดียวกัน จางโหย่วฝูจึงรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว! เหมือนกับยืนอยู่บนพรมเข็มอย่างไรอย่างนั้น!
ไม่ง่ายเลยกว่าจะไปถึงชั้นหก เขารีบเดินออกไปราวกับต้องการหนีอะไรบางอย่าง แม้แต่คำบอกลาก็ไม่พูด!
จางโหย่วฝูเพิ่งออกจากลิฟต์ หมอ พยาบาลและเด็กฝึกงานทั้งหลายก็เห็นเขาเดินไปที่ห้องทำงานด้วยท่าทีหน้าดำคร่ำเครียด คล้ายกับมีคำว่า “ฉันดุมาก” แปะอยู่บนหน้า เมื่อเข้าไปในห้องแล้วก็ปิดประตูทันที!
จางโหย่วฝูนั่งเหม่ออยู่ในห้องครึ่งค่อนวัน!
เขารู้สึกว่าตัวเองโง่เง่าจริงๆ รู้สึกเหมือนถูกขายแล้วยังไปช่วยเขานับเงินอีก!
ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ ตัวเองสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจอย่างลำบากยากเข็ญ กลับกลายเป็นว่าไปสร้างผลประโยชน์ให้คนอื่นเสียอย่างนั้น!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็รีบโทรหาต้วนปัวทันที!
ต้วนปัวเชื่อฟังมาก เขารีบเดินเข้ามาในห้องหัวหน้าแผนกอย่างเร่งร้อน เมื่อเห็นจางโหย่วฝูกำลังพยายามระงับความโกรธของตนอยู่ ต้วนปัวก็กังวล คิดว่าอีกฝ่ายจะโกรธถึงขั้นอยากทำร้ายคนหรือไม่? หลังจากลังเลครู่หนึ่งก็ปิดประตู