งเดินไปหาฉินเยว่ พูดอย่างเขินอายว่า “ฉินเยว่ ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณหน่อยครับ”
ฉินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าแดงก่ำ “มีกล้องอยู่…”
หวังหย่งชะงัก ถูกสาวผู้คลั่งไคล้ในโลกสองมิติทำเอาพ่ายแพ้ไปโดยสมบูรณ์ “คิดอะไรของคุณน่ะ? ผมแค่อยากให้คุณช่วยสักหน่อย อีกเดี๋ยวต้องผ่าตัด คุณช่วยถือกล้องให้หน่อยเป็นไงครับ คือผม…ผมคิดว่าการทดสอบใกล้จะมาถึงแล้ว ผมอยากฝึกให้มากสักหน่อย”
ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงอ้อออกมา “ได้ค่ะ”
ความจริงเธอเองก็อยากทดสอบดูเหมือนกัน แต่เมื่อใคร่ครวญดูแล้วหวังหย่งยังเป็นพนักงานชั่วคราว ฉินเยว่จึงตอบตกลงไป
หลังจากทุกคนล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย การผ่าตัดเคสที่สามก็เริ่มขึ้นตามปกติ
คราวนี้ทั้งสามเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด ฉินเยว่ถือกล้อง หวังหย่งคอยสังเกตการ ส่วนเฉินชางผ่าตัด!
การผ่าตัดราบรื่นจนเหนือความคาดหมายของเฉินชาง ความเร็วก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย การมีผู้ช่วยถือว่าไม่เลวจริงๆ
ตอนนี้เอง เฉินชางก็มองทั้งสองราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง บางทีหลังจากวันนี้เขาควรฝึกลูกศิษย์ของตนเองสักกลุ่มหนึ่ง ไปข้างนอกก็พาทั้งสองไปด้วย คนหนึ่งเล่นเกมทายนิ้ว อีกคนหนึ่งคอยเป็นหูเป็นตา ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย
ตอนบ่าย หลังการผ่าตัดเคสที่สาม…จู่ๆ ก็คิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองฉินเยว่แล้วพูดขึ้นว่า “เมื่อกี้คุณตั้งใจดูแผลส่วนที่ผมเย็บหรือเปล่าครับ?”
ฉินเยว่ส่ายหน้า แต่จู่ๆ หยังหย่งก็พูดขึ้