ักกว่านี้มาก
เมื่อถามพยาบาลจึงรู้ว่าเมื่อวานเฉินชางเป็นคนรับผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดถุงน้ำดีเข้ามาหลายคน
ดังนั้นสือน่าจึงโทรเข้าเบอร์มือถือของเฉินชางโดยตรง บอกให้เขามาที่แผนกฉุกเฉิน
เฉินชางคิดว่าเกิดเรื่องอะไร วิ่งหอบหายใจเข้ามา ถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกว่า “อาจารย์สือ เกิดอะไรขึ้นหรือครับ!”
สือน่านั่งอยู่ในห้องทำงาน มองไปที่เฉินชาง “คุณเป็นคนรับผู้ป่วยเมื่อวานเข้ามาหรือ?”
เฉินชางชะงักไป “ผู้ป่วยอะไรครับ?”
สือน่าหยิบแบบฟอร์มลงทะเบียนผู้ป่วยขึ้นมา “คุณดูสิ ผู้ป่วยพวกนี้คุณเป็นคนรับมาใช่หรือเปล่า!”
เฉินชางรับมาอ่าน ไม่ทันไรก็ต้องขมวดคิ้ว “ทำไมมันเยอะขนาดนี้ล่ะครับ?”
“เมื่อวานผมรับผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดถุงน้ำดีมาทั้งหมดหกคน รวมกับที่มีอยู่ก่อนแล้ว ทั้งหมดก็เพิ่งจะสิบกว่าคนเอง? แต่…ทำไมในแบบฟอร์มถึงมีเกือบสามสิบเลยล่ะครับ!”
จู่ๆ เฉินชางก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง
ถ้าหากมีผู้ป่วยสิบกว่าคน จัดให้มีการผ่าตัดวันละแปดเคส สองวันก็เสร็จ
แต่ตอนนี้ล่ะ?
ผู้ป่วยเกือบสามสิบคน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดบางอย่างรอนานไม่ได้ ถ้าไม่ผ่าตัดให้เสร็จทันเวลาจะต้องเกิดปัญหาแน่นอน
สือน่าขมวดคิ้ว “คุณจะบอกว่า? เมื่อวานไม่ได้มีผู้ป่วยเยอะขนาดนี้หรือ?”
เฉินชางพยักหน้า!
สือน่าดูบันทึกการเข้าเวรเมื่อคืน พบว่าหยวนฟางจากฝ่ายศัลยกรรมเป็นคนอยู่เวร
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เ