ธอก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายไปหาหยวนฟาง
โทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้งกว่าจะมีคนรับ “ฮัลโหล? อาจารย์สือ?”
สือน่าเข้าประเด็นทันที “เมื่อวานคุณรับผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคถุงน้ำดีอักเสบมากี่คนคะ?”
อีกฝ่ายตอบโดยไม่ลังเล “อ้อ ฉันเข้าเวรเมื่อคืน มีผู้ป่วยเกี่ยวกับถุงน้ำดีมาจำนวนหนึ่ง ฉันยังคิดว่าเกิดปัญหากับร้านปิ้งย่างที่ไหนซะอีก? ทำไมหรือคะ?”
สือน่าเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว “คุณไม่ได้ดูหรือว่าตอนนี้ในแผนกมีผู้ป่วยต้องการผ่าตัดสิบกว่าคนแล้ว? รับเข้ามาขนาดนี้ พวกเราทำไม่ทันหรอก ถ้ายืดเวลารอผ่าตัดออกไปจะไม่เกิดปัญหาหรือไง!”
หยวนฟางชะงักไปเล็กน้อย “อาจารย์สือคะ พวกเราเป็นตัวกลางนะคะ พอถึงเวลาก็ส่งมอบผู้ป่วยให้แผนกศัลยกรรมภายนอกก็ได้แล้วไม่ใช่หรือคะ? ก่อนหน้านี้ก็ทำแบบนี้ไม่ใช่หรือ?”
ประโยคนี้ทำเอาสือน่าโกรธจนวางโทรศัพท์ไป
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างแผนกศัลยกรรมภายนอกและแผนกฉุกเฉินเป็นอย่างไร?
คนมีตาต่างก็ดูออกกันทั้งนั้น!
ให้แผนกศัลยกรรมภายนอกเข้ามาช่วยหรือ?
ไม่ใช่ว่าเป็นการหาเรื่องใส่ตัวอย่างชัดเจนหรือไร?
แต่ถ้าไม่ไปขอความช่วยเหลือตอนนี้ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว อย่างไรเสียชีวิตผู้ป่วยก็รอไม่ได้ หากยืดเวลาออกไป เกิดปัญหาใหญ่อะไรขึ้นมาแล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?
สือน่านั่งคิดอยู่ที่นั่นเนิ่นนาน จู่ๆ ก็ยืดตัวขึ้นพูดกับเฉินชางว่า “เสี่ยวเฉิน คุณไปโทรหาแผนกศัลยกรรมภายนอกหน่อย ดูว่าวันนี้ใครเป็นคนอยู่เวร ให้เขามาช่วยที่แผ