ลวเลย แม้จะใจแคบไปบ้าง แต่ใครไม่ใจแคบบ้างล่ะ? ใครไม่คิดถึงอนาคตตัวเองบ้างล่ะ?
อย่างน้อยคนคนนี้ก็มีนิสัยจริงใจ คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น จิตใจมั่นคงหนักแน่น ถือว่ามีข้อดี
เฉินชางกดรับภารกิจ
พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เฉินชางต้องเข้าเวร ไปคลินิกศัลยกรรมไม่ได้ เขาจึงโทรไปลางานกับจางจื้อซิน
จางจื้อซินบอกเฉินชางว่า “พรุ่งนี้ผลการศัลยกรรมของพี่เสี้ยวจะออกมาแล้วนะครับ”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเปล่งประกาย!
ใช่แล้ว!
พรุ่งนี้ก็เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว การฟื้นตัวคงเร็วกว่าปกติ อาการบวมก็คงลดน้อยลง ส่วนจะฟื้นตัวได้ถึงขั้นไหนก็ยังไม่แน่
เมื่อเฉินชางฟังจบก็หัวเราะออกมา “พรุ่งนี้ถ่ายรูปให้ผมดูหน่อยนะครับ”
จางจื้อซินพยักหน้า “ไม่มีปัญหา”
พูดจบ จางจื้อซินก็พูดขึ้นมากะทันหัน “เสี่ยวเฉิน ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณหน่อยน่ะครับ”
“ก่อนหน้านี้สองวัน หัวหน้าแผนกของพวกเรามาคุยกับหมอในแผนก เป็นเรื่องเกี่ยวกับแผนกฉุกเฉิน คราวนี้หัวหน้าแผนกจางไม่พอใจกับวิธีการของแผนกฉุกเฉินมาก และได้มอบหมายภารกิจให้พวกเราด้วย”
“ต่อไปนี้ เคสอาการป่วยทางด้านศัลยกรรมภายนอกที่แผนกฉุกเฉินรับเข้ามา ขอแค่เป็นเคสที่พวกคุณทำไม่ไหวและต้องเชิญพวกเราไปหารือ หรือไปผ่าตัด ก็จะถือว่าเป็นเคสของแผนกพวกเราทั้งหมด จะต้องมอบให้แผนกพวกเราไปจัดการ ไม่งั้นจะไม่ยอม”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็คิดว่าจางโหย่วฝูเป็นคนถ่อยจริงๆ
พูดได้ก็ทำได้!
คิดกลยุทธ์แบบนี้ออกมาได้ ช่าง