้วยซ้ำ!
จากนั้นก็ถือโอกาสแย่งตัวเฉินชางไป
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความคิดเท่านั้น
ความจริงตั้งแต่ตอนเข้ามาเขาก็สังเกตเฉินชางอยู่ตลอด แต่…เมื่อเห็นว่าผ่านไปนานแล้วอีกฝ่ายยังไม่ลงมือผ่าตัด กระทั่งไม่ยอมให้วิสัญญีแพทย์รมยาก็ต้องรู้สึกแปลกใจ
นี่เขาจะทำอะไรกันแน่?
หรือเขาสงสัยอาการของผู้ป่วย?
เป็นไปไม่ได้!
โรงพยาบาลจะแยกแยะอาการไส้ติ่งอักเสบไม่ได้เชียวหรือ?
ดังนั้นตั้งแต่เริ่มต้นหลิวซือฉีก็หยิบประวัติผู้ป่วยฉบับคัดลอกมาพลิกอ่านไปสามสี่รอบแล้ว แต่จะอย่างไรก็เหมือนต้นแบบเหล่านั้นไม่มีอะไรแปลกประหลาดเลย!
หรือเฉินชางทำได้แค่เย็บผิวหนัง? ตนประเมินเขาสูงไปหรือ?
หลิวซือฉีอดสงสัยในตัวเฉินชางไม่ได้
กรรมการทั้งห้าคนรวมไปถึงห่าวซวี่เลี่ยงพากันหยิบประวัติผู้ป่วยขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด
ตั้งแต่การตรวจสอบทางเคมีไปถึงการอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง อ่านไปรอบหนึ่งแล้วแต่ก็ไม่พบอะไร!
ห่าวซวี่เลี่ยงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ถึงอย่างไรเฉินชางก็เป็นของจริง เป็นคนที่มีฝีมือน่าเชื่อถือ ยังดีที่ตัวเองไม่ได้พูดออกไป มิฉะนั้น…คงเสียหน้าแย่
ทุกคนพากันพลิกประวัติผู้ป่วยดูคนละรอบสองรอบแต่ก็ไม่ได้อะไร
ส่วนหลิวซือฉีที่อ่านประวัติผู้ป่วยไปแล้วห้าหกรอบเริ่มสังเกตเห็นข้อมูลอย่างหนึ่งแล้ว!
นั่นก็คือผู้ป่วยมีอาการเหมือนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ!
แต่การอัลตร้าซาวด์กลับไม่มีผลของนิ่วปรากฏ
นี่…
หลิวซือฉีพลันตกใจ!
ไส้ติ่งอักเสบนอกช่องท้อ