เรื่องต่อไปก็เรียบง่ายมาก
และง่ายสำหรับเฉินปิ่งเซิงและจางจื้อซินเช่นกัน เพียงแต่ครั้งนี้มีการสลับบทบาทเกิดขึ้น
ภายใต้การร่วมแรงร่วมใจของเฉินชาง คาบเรียนบรรยายและการแสดงผ่าตัดที่มีจางจื้อซินและเฉินปิ่งเซิงเป็นผู้นำก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นคาบเรียนฝึกอบรมของเฉินชางที่มีโทรศัพท์มือถือคอยถ่ายไว้ตลอด
การผ่าตัดไส้ติ่งเสร็จสิ้นไปหลายเคส
พยาบาลที่อยู่ในห้องผ่าตัดติดกันเดินมาเร่ง “หมอหลิวคะ การผ่าตัดเคสต่อไปจะเริ่มแล้ว คุณมารมยาให้หน่อยค่ะ”
หลิวเจี้ยนแลบลิ้นอย่างไม่พอใจ “เสี่ยวเฉิน เห็นการผ่าตัดของคุณแล้วทำให้ผมรู้สึกดีจริงๆ!”
“วันหลังถ้าคุณจะผ่าตัดก็บอกผมก่อนนะครับ ผมจะมารมยาให้!” พูดจบก็เดินออกไปทันทีทิ้งไว้เพียงพยาบาลที่มีสีหน้าแปลกใจ ถึงอย่างไรหลิวเจี้ยนก็เป็นวิสัญญีแพทย์ชั้นยอด เชี่ยวชาญทักษะการผ่าตัดมาก ทำให้การผ่าตัดมีอัตราความปลอดภัยสูง หมอส่วนใหญ่อยากให้เขามาเป็นวิสัญญีแพทย์ในการผ่าตัดของตน
แม้แต่หัวหน้าแผนก หากจะผ่าตัดก็ยังชอบไปขอความร่วมมือจากหลิวเจี้ยน
แต่ครั้งนี้…หลิวเจี้ยนขอเป็นวิสัญญีแพทย์ด้วยตัวเอง หาได้ยากจริงๆ
เธอเงยหน้าขึ้นมองเฉินชาง นอกจากหล่อแล้วก็ไม่มีจุดเด่นอื่น!
ขณะนี้ จางจื้อซินและเฉินปิ่งเซิงยังอยู่ที่นั่น ได้ยินเสียงพวกเขาสองคนกระซิบกระซาบกันเบาๆเหล่าเฉิน “การแยกไส้ติ่งเมื่อครู่นี้ดีมากนะครับ แต่ผมมีคำถามนิดหน่อย ทำไมถึง…”
เหล่าจาง “ผมเองก็ไม่รู้! คุณถามเสี่ยวเฉินดูสิ