ดูสะอาดสะอ้าน มีเคราบางๆ สวมแว่นกรอบทองอย่างดี จัดการทรงผมจนเนี้ยบ สวมสูทแบบตะวันตก รวมๆ แล้วดูหล่อเหลามาก
เฉินชางทอดถอนใจ พูดกับเฉินปิ่งเซิงว่า “หัวหน้า ดูสิครับ อะไรเรียกว่าความใส่ใจ? อะไรเรียกว่าเคร่งครัด? เฮ้อ…ถ้าไม่เทียบก็ไม่รู้จริงๆ พอมีตัวอย่างถึงจะเกิดการเปรียบเทียบ!”
เฉินปิ่งเซิงพยักหน้า “ใช่แล้ว ต่อไปประวัติคนไข้ของพวกเราก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยแบบนี้นะครับ แล้วก็…เสี่ยวเฉิน คุณถ่ายรูปไว้ด้วย พรุ่งนี้ถ้าผมเห็นประวัติคนไข้ของพวกเราไม่เรียบร้อยคุณก็ไม่ต้องเลิกงาน ไปจัดการให้ดี”
เฉินชางเบิกตากว้าง “ผมเหรอครับ?”
เฉินปิ่งเซิงพูดต่อ “คุณจะให้แพทย์ระดับสูงอย่างผมจัดการประวัติคนไข้หรือไง? ผมต้องเขียนประวัติคนไข้แทนคุณด้วยหรือเปล่าล่ะ?”
เฉินชางพยักหน้าอย่างจริงจัง “หัวหน้า ผมว่าก็ได้อยู่นะครับ!”
เฉินปิ่งเซิงยิ้มบาง “มาๆๆ วันนี้มีผ่าตัดไส้เลื่อนเคสหนึ่ง คุณไปผ่าตัด เดี๋ยวผมเขียนประวัติคนไข้เอง!”
เฉินชางรีบพูด “คุณเฉินปิ่งเซิง คุณสบประมาทผมอีกแล้ว!”
เฉินปิ่งเซิงส่งเสียงงึมงำ “อ้อ? งั้นหรือครับ? ขอโทษด้วย”
พูดจบเฉินปิ่งเซิงก็กล่าวทิ้งไว้คำหนึ่ง “ตรวจคนไข้ได้แล้ว!”
เฉินชางรู้สึกจนใจ ทอดถอนใจออกมาครั้งหนึ่งอยู่ใต้ผู้อื่นจำเป็นต้องก้มหัว ใครใช้ให้ตัวเองยากจนกันล่ะ?
เขาถือประวัติผู้ป่วยเจ็ดแปดเล่มขึ้นมา เดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย
ทักษะการเข้าสังคมของเฉินปิ่งเซิงยอดเยี่ยมมาก หลายปีมานี้เขาม